โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นี่ไง! น้องเบส 5 ขวบ เจ้าของเงินออม 72,720 บ. แม่เฉลยที่มาสุดพีค

แนวหน้า

เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 17.00 น.

เรื่องราวใจฟูในโลกโซเซียล เปิดขุมทรัพย์เด็กประถมของโรงเรียนหนองลุมพุกหญ้าม้า อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ทางโรงเรียนจัดโครงการพาเด็กออมจริงออมจัง วันนี้ครูเจ้าของโพสต์เปิดใจถึงที่มาที่ไปของการออมเงิน เป็นโครงการดีๆ ของโรงเรียนบ้านหนองลุมพุกหนองหญ้าม้า ชวนเด็กออมทุกวัน แทบช๊อคเด็กบางคนหนึ่งปีได้ถึง 70,000 บาทเศษ ส่วนแม่และน้องเบสเจ้าของเงินเฉียดแสนเผยสาเหตุที่ออมเงินได้เยอะเพราะอะไร

ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ติดตามเรื่องราวใจฟูของ Kru nok ครูที่โรงเรียนบ้านหนองลุมพุกหญ้าม้า อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี โพสต์ข้อความว่า “โครงการออมทรัพย์โรงเรียนบ้านหนองลุมพุกหญ้าม้า ออมจริง ออมจัง #มาออมเงินกันค่ะ #อบ.2 พรุ่งนี้พร้อมส่งคืนผู้ปกครองค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่แชร์ในโลกโซเซียลเยอะมาก จนชาวเน็ตแห่ชื่นชมเป็นการปลูกฝังวินัยการเงินสุดเจ๋ง

วันนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับครูนก หรือ น.ส.กนกวรรณ ชาวประชา อายุ 34 ปี ครูประจำชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนหนองลุมพุกหญ้าม้า โดยครูนก บอกว่า เรื่องราวที่มีการแชร์ในโซเซียลเป็นเรื่องราวดีๆ ของการออมเงินของเด็กๆที่โรงเรียนหนองลุกพุกหญ้าม้า สังกัดสำนักงานประถมศึกษาเขต 2 กุมภวาปี โดยทางโรงเรียนมีโครงการให้เด็กๆ ทุกชั้นตั้งแต่อนุบาล ถึง ม.3 ได้ออมเงินทุกวัน โดยไม่มีกำหนดว่าใครจะออมเท่าไหร่ โดยจะฝากไว้กับคุณครูประจำชั้น และจะไม่มีการเบิกระหว่างการออม เมื่อครบ 1 ปี หรือ 1 ปีการศึกษาก็จะนำเงินไปมอบให้ผู้ปกครองของเด็กต่อไป อย่างเช่นน้องเบส วัย 5 ขวบ ออมเงินในปีนี้ได้ถึง 72,270 บาท ซึ่งสาเหตุที่น้องเบสออมเงินได้เยอะเพราะคุณแม่เปิดร้านอาหารตามสั่งนำเงินมาฝากส่งออมไว้กับคุณครูวันละ 400 บาท ส่วนที่ชาวเน็ตสงสัยว่าน้องเอาเงินมาจากไหน ทราบว่าผู้ปกครองคือคุณแม่ของน้องเปิดร้านอาหาร รายได้บางส่วนก็นำเงินมาให้ครูออมไว้ด้วย ส่วนเด็กๆ คนอื่นก็ลดหลั่นกันไป เช่น น้องพรทิพย์ ได้ 7,000 กว่าบาท น้องชลลิดาและเพื่อนๆ ออมได้ 3,000 บาทเศษ

ส่วนใหญ่เงินออมเด็กจะอยู่ประมาณ 3,000 บาทเศษเพราะน้องออมวันละ 20 บาท อีกสาเหตุที่ผู้ปกครองนำมาออมกับคุณครู เพราะผู้ปกครองบอกว่า หากเก็บเงินหรือออมเงินที่บ้าน ยังไงก็จะถอนอยู่ดี จึงนำให้ลูกๆ มาฝากไว้กับคุณครู สิ้นปีการศึกษาทางครูก็มอบให้ผู้ปกครองคืนเอาไว้ไปซื้ออุปกรณ์การศึกษาในปีต่อไป ตอนเอาไปมอบให้ผู้ปกครองทุกคนดีใจและใจฟูมาก อย่างเช่นผู้ปกครองของน้องเบสก็ยิ้ม ได้เยอะเนาะคุณครู ที่โรงเรียนทำโครงการนี้ถือเป็นการฝึกนิสัยการออมเงินให้กับน้องๆ ตั้งแต่เด็กๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องราวๆ ที่ชาวเน็ตชื่นชมทางโรงเรียนฯ ขอบคุณมากค่ะ

ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหนองหญ้าม้า อ.ประจักษ์ศิลปาคม พบกับน้องเบส ด.ช.ธนเดช ผาอิฐดี อายุ 5 ขวบและคุณแม่ ซึ่งเป็นคนออมเงินได้ถึง 72,720 บาท โดยคุณแม่ม้วย นางปวีณา กงเพชร อายุ 48 ปี คุณแม่ของน้องเบส เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุที่ให้ลูกชายไปออมกับคุณครู เพราะถ้าเก็บไว้ที่บ้านยังไงก็ถอนมาใช้อยู่ดี ส่วนเงินออมวันละ 400 บาทเป็นเงินที่ตนเองเปิดร้านขายอาหารตามสั่งก็แบ่งไปให้ลูกชายไปออมไว้กับคุณครู ปีนี้ออมได้ยอดเงินจำนวน 72,720 บาท เงินที่ได้จะเก็บไว้จ่ายค่าประกันชีวิตให้กับตนเอง เพราะทำประกันไว้เยอะ

ก็ดีใจที่เราเอาเงินไปออมกับครูที่โรงเรียนปีนี้ได้ยอดเกือบแสน ปีที่แล้วเราออมได้หมื่นกว่าบาท ปีนี้เลยตั้งใจเลยว่า ต้องเก็บให้ได้วันละ 400 บาท บางวันก็ไม่ได้ถึง 400 บาท เอาไปฝากเท่าที่ได้ อย่างเจอเสาร์อาทิตย์เอาไปฝากกับครูวันจันทร์ก็จะทบไปเลย เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ก็เป็น 1,200 บาท โดยการฝากเงินไปกับลูกชายเพื่อให้ออมกับคุณครูเป็นเรื่องดีฝึกวินัยการใช้เงินของตนเองอย่างมาก เพราะทางโรงเรียนมีระเบียบห้ามถอนระหว่างทางจนกว่าจะครบปี ใจจริงก็อยากจะสร้างระเบียบให้กับตนเองเอาเงินไปออมไว้ที่อื่นด้วย เพราะถ้าออมไว้กับตนเองติดนิสัยหยิบมาใช้เหมือนเดิม อีกอย่างที่เราออมแบบนี้เป็นการปลูกฝังให้เรารู้จักการออมเงินและการใช้เงิน ก็อยากฝากถึงทุกคนเอาไว้เป็นแรงบันดาล ไม่ต้องฝากเยอะก็ได้ ออมเท่าที่เราออมได้ วันละ 10 บาท 20 บาทก็ได้ พอครบปีเราเห็นเงินก้อนโตเราก็ดีใจ เงินจำนวนนี้ก็จะเก็บไว้ให้ลูกชายและจ่ายประกันชีวิตให้กับตนเอง บอกตรงๆ ดีใจมากที่เห็นเงินออมเงินเก็บปีหนึ่ง 70,000 บาทเศษคิดในใจโอ้โห!!!ไม่คิดว่าเราจะเก็บเงินได้ถึงขนาดนี้ ปีต่อไปก็จะออมอีกแน่นอน คุณแม่กล่าวตอนท้ายด้วยความดีใจ

ส่วนน้องเบสยิ้มแฉ่งเมื่อเห็นแม่ให้เงินไปออมกับคุณครูได้ถึง 70,000 บาทเศษ บอกสั้นๆ ว่า โตขึ้นผมอยากเป็นตำรวจครับ เรื่องราวใจฟูออมเงินแบบนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ลองไปทำดูสร้างวินัยให้กับตนเองได้เป็นอย่างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...