โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SJWD โชว์กำไร Q1 โตแตะ 276 ลบ. เล็งทุ่ม 1 พันลบ. ลุย M&A ขยายฐานธุรกิจ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 08.42 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD หนึ่งในผู้นำการให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรในอาเซียน เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 ว่า บริษัทสามารถผลักดันการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย SJWD มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 276.5 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 6,332.1 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ผลการดำเนินงานที่เติบโตเป็นผลมาจากการมุ่งเน้นบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ SJWD สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงที่เกิดภาวะอุปทานน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลง และการบริหารค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

สำหรับธุรกิจที่มีรายได้เติบโตอย่างโดดเด่น ประกอบด้วย 1.ธุรกิจคลังสินค้าทั่วไป มีรายได้ 350.5 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 13.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีลูกค้าและปริมาณสินค้าที่จัดเก็บเพิ่มขึ้น 2.ธุรกิจคลังสินค้าอันตราย มีรายได้ 154.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณสินค้าผ่านเข้า-ออกท่าเรือแหลมฉบังที่เพิ่มสูงขึ้น

3.บริการขนส่งสินค้าแบบ D2C มีรายได้ 694.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับงานเพิ่มเติมจากลูกค้าเดิมและงานขนส่งสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น 4. บริการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศครบวงจร (Freight) มีรายได้ 289.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการขยายบริการด้านดิจิทัล (Digital Services) ด้านศุลกากรและค่าระวางที่เพิ่มขึ้น แต่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากค่าระวางยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า และ 5. บริการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal) มีรายได้ 271.5 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขนส่งปูนซีเมนต์และถ่านหินที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ SJWD ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน 110.6 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นและบริการรับฝากและบริหารยานยนต์ แม้จะทำรายได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังมีแนวโน้มที่ดีจากความต้องการจัดเก็บอาหารที่เพิ่มขึ้น และความต้องการซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวอยู่ในระดับสูง

"ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปีนี้ถือว่าบริษัททำได้ค่อนข้างดี แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของราคาน้ำมัน ประกอบกับฐานธุรกิจและตลาดหลักของลูกค้าเกือบทั้งหมดอยู่ในภูมิภาคอาเซียน จึงไม่ได้รับผลกระทบด้านโลจิสติกส์โดยตรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง" ดร.เอกพงษ์ กล่าว

ดร.เอกพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 2/2569 ว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน SJWD จะมุ่งเน้นการรักษารายได้และความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับที่ดี โดยประเมินว่าธุรกิจคลังสินค้าทั่วไป คลังสินค้าห้องเย็น และคลังสินค้าอันตราย จะมีความต้องการจัดเก็บสินค้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องการเพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเนื่องมายังธุรกิจบริการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศแบบครบวงจร ส่วนธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์คาดว่าจะได้รับผลดีหากรัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนรถเก่าแลกรถใหม่ (รถ EV)

ขณะเดียวกัน SJWD จะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในและระบบไอที เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ลดความซ้ำซ้อน รวมถึงควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทมีความพร้อมด้านเงินทุนเป็นอย่างมาก โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปี 2568 ประมาณ 2,500 ล้านบาท และวางเป้าหมายว่าในปี 2569 จะทำได้ไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา จึงมีความพร้อมในการขยายการลงทุนเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม

ปัจจุบัน SJWD มีดีลการควบรวมกิจการ (M&A) ที่อยู่ระหว่างการศึกษาจำนวน 2-3 ดีล โดยวางงบลงทุนรวมสำหรับการควบรวมกิจการในปีนี้ไว้ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังได้วางแผนชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้บางส่วนที่จะครบกำหนดในปีนี้ เพื่อเป็นการลดต้นทุนทางการเงิน ตลอดจนการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...