โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“พาณิชย์” ชงครม. ถอด 9 ธุรกิจพ้นบัญชีต่างด้าว ลดซ้ำซ้อนดึงลงทุนต่างชาติ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 02.52 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 02.52 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 พ.ค.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถอด 9 ธุรกิจ ออกจากบัญชีท้าย พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยแบ่ง 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่1 มีกฎหมายเฉพาะและหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแล ประกอบด้วย

1.1 ธุรกิจบริการโทรคมนาคม สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง (ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจกิจการโทรคมนาคม)

1.2 ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน (ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน)

1.3 ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน (ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า)

1.4 ธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

1.5 ธุรกิจซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (โดยให้ส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรในคลังสินค้าที่ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากำหนด)

กลุ่มที่2 ให้บริการเฉพาะบริษัทในเครือในกลุ่ม ประกอบด้วย

2.1 ธุรกิจบริการบริหารจัดการงานด้านธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคล ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้แก่บริษัทในเครือ

2.2 ธุรกิจบริการค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศให้แก่บริษัทในเครือ

ธุรกิจกลุ่มนี้ให้บริการเฉพาะในเครือบริษัทของตนเอง เพื่อบริหารสภาพคล่องภายในกลุ่ม จึงไม่ได้แข่งขันกับธุรกิจของคนไทย

กลุ่มที่3 อื่น ๆ ได้แก่

3.1 ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วน เพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงิน เครื่องจำหน่ายสินค้า หรือบริการอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัท

3.2 ธุรกิจการขุดเจาะปิโตรเลียม เป็นการให้บริการเฉพาะผู้รับสัมปทาน

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า 8 ธุรกิจของทั้ง 3 กลุ่มเสนอในรูปแบบร่างกฎกระทรวง ยกเว้นธุรกิจซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในกลุ่มธุรกิจที่ 1 จะเสนอในรูปแบบร่างพระราชกฤษฎีกา

“การเสนอคณะรัฐมนตรีถอด 9 ธุรกิจออกจากบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ไม่ใช่การเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ามาแย่งธุรกิจคนไทย แต่เป็นการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อขจัดความซ้ำซ้อนทางกฎหมาย เพิ่มความคล่องตัวของนักลงทุนต่างชาติในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน และนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาพัฒนาศักยภาพแรงงานและธุรกิจไทยให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล” นายพูนพงษ์

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะถอดธุรกิจออกจากบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการตั้งบริษัทในไทยยังคงต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแล เช่น ธุรกิจโทรคมนาคมต้องขออนุญาตจากสำนักงาน กสทช. ธุรกิจศูนย์บริหารเงินต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมต้องขออนุญาตจากกระทรวงพลังงาน เพียงแต่ไม่ต้องยื่นขออนุญาตซ้ำกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ

นายพูนพงษ์ ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก เน้นการคุ้มครองผู้ประกอบการไทย และธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขันกับชาวต่างชาติ ลดความเหลื่อมล้ำในการประกอบธุรกิจ ดึงดูดการลงทุนของต่างชาติ กระตุ้นการแข่งขันที่เป็นธรรม และเพิ่มทางเลือกผู้บริโภค

นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังนำเทคโนโลยีขั้นสูงและผู้เชี่ยวชาญเข้ามาในไทย พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญแก่ผู้ประกอบการและแรงงานไทย ส่งผลให้ธุรกิจไทยพัฒนา และช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางด้านบริการและการลงทุนระดับภูมิภาคและโลก ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์จะเร่งป้องกันและปราบปรามธุรกิจที่หลีกเลี่ยงกฎหมายและใช้คนไทยเป็นนอมินีแทนชาวต่างชาติอย่างเข้มงวดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...