โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“นายกอุ๊งอิ๊ง” เชิญสื่อไทยดู 40 ชีวิตอุยกูร์ในจีน "ภูมิธรรม" นําคณะไปเอง

WeR NEWS

อัพเดต 04 มี.ค. 2568 เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2568 เวลา 04.45 น.
ภาพจาก : รัฐบาลไทย

“นายกฯนายกอุ๊งอิ๊ง” ยันไม่ต้องห่วงปมส่ง 40 อุยกูร์กลับจีน ยันทำตามหลักสิทธิมนุษยชนและให้ข้อมูลต่างประเทศทั้งหมดครบถ้วน “ภูมิธรรม” โต้สวนเห็นต่าง ต้องให้มีวางระเบิด-บ้านเมืองถูกทำลายใช่ไหมถึงจะสะใจ ลั่นหยุดใช้ความเชื่อของตัวเองทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น เผยจีนยินดีให้ตรวจสอบสื่อไหนอยากไปเชิญได้ ระบุชัดคุยหมดแล้วไม่มีประเทศที่ 3 ต้องการรับไปดูแลต่อ บอกฝ่ายค้านอภิปรายได้แต่ต้องเอาหลักฐานข้อเท็จจริงมาพูด หากไม่มีไม่ตอบ “ราชทัณฑ์” แจกเอกสารแจงผู้ต้องขัง “อุยกูร์” เขียนจดหมายถึงนายกฯไม่ได้ออกมาจากเรือนจำและไม่ใช่ลายมือผู้ต้องหากรณีรัฐบาลไทยส่ง 40 ชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนหลังติดคุกที่เมืองไทย 11 ปี ท่ามกลางเสียงติเตียนจากชาวโลก

ขณะที่รัฐบาลไทยโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับรายงานจากเลขาฯ สมช.ที่ร่วมเดินทางส่งทั้งหมดถึงบ้านเผยทุกคนดีใจกลับบ้านเกิดรอบ 11 ปี และเตรียมจะพาสื่อไปดูสภาพความเป็นอยู่ในเร็วๆนี้ ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 3 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เผยหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีหลายประเทศแจ้งเตือนพลเมืองที่อยู่ในไทยเรื่องความปลอดภัยการก่อการร้ายหลังไทยส่งชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีนว่า เราทำถูกต้องตามสิทธิมนุษยชนทุกอย่าง

สื่อมวลชนต้องช่วยสื่อสารตรงนี้ เราได้ไปดูทุกอย่างตามที่ทางการจีนให้ เรื่องนี้เราทำถูกต้อง รมว.กลาโหมอธิบายชัดเจน ประเทศต่างๆได้รับข้อมูลครบถ้วนหมดแล้ว เมื่อถามว่าการไปร่วมงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยว ITB Berlin 2025 ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีครั้งนี้ จะไปย้ำ ความเชื่อมั่นใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ย้ำแน่นอนและครั้งนี้ไปเรื่องการท่องเที่ยว และก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 08.35 น.วันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลส่งตัวชาวอุยกูร์ให้ทางการจีนอาจทำให้เกิดความรุนแรงในประเทศไทยว่า เรื่องนี้ต้องเริ่มต้นจากความจริงไม่ใช่ความเชื่อ ในแง่ความมั่นคงเราระวังอยู่แล้วต่อให้มีเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม พรรคฝ่ายค้านหรือองค์กรสิทธิมนุษยชนมองด้วยจินตนาการย้อนหลังไปเป็นสิบปี เป็นเรื่องที่ประเทศจีนต้องชี้แจง แต่วันนี้บ้านเมืองเขาเปลี่ยนแปลงไปมากสิ่งที่คิดว่าจะโจมตีเขาได้ก็ไม่น่าจะโจมตีได้ ทางการจีนยืนยันว่าคนเหล่านี้เป็นพลเมืองเขาและขอรับคืนมาแล้ว 10 ปี ขณะที่ประเทศที่ 3 ที่จะรับตัวยืนยันว่าไม่มี หากใครบอกว่ามีให้มาพูดคุยกัน แม้กระทั่งประเทศใหญ่ๆที่คุยมาก็ไม่มีใครเอา เมื่อไม่มีประเทศที่ 3 รับไปก็ต้องเดินไปตามกระบวนการ และทางการจีนออกหนังสือทางการทูตยืนยันชัดเจนตามหลักการความระมัดระวังการเมืองระหว่างประเทศ เป็นหนังสือที่รับประกันโดยสถานทูตจีนในนามรัฐบาลจีน ให้เราได้รับความมั่นใจ ภูมิธรรมกล่าวต่อว่า เมื่อเขาไม่กลัวให้เราไปตรวจสอบแล้ว เราจะไปกลัวว่าเขาจะไปตายได้อย่างไร ขึ้นเครื่องลงเครื่องไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายไม่มีพันธนาการ บางคนเชื่อเป็นการจัดฉาก แต่โลกนี้ไม่ใช่โลกยุคดึกดำบรรพ์ ไปดูกันได้เมืองซินเจียงเขาไม่มีอะไรปิดบังใครอยากทำข่าวไปเลย จากนี้ 15 วันจะมีรัฐมนตรีคนอื่นไปดู ตนอาจไปด้วยแล้วจะเอาอย่างไรอีกหรือต้องให้บ้านเมืองนี้ถูกทำลายถูกวางระเบิดถึงสะใจ วันนี้สิ่งที่เราทำเป็นการลดภาระประเทศ ควรดีใจไม่ควรตั้งคำถามว่าอาจทำให้เกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้ หากฝ่ายค้านจะหยิบยกเรื่องนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจก็ได้เลย เอาหลักฐานมาว่าเขาตายหรือถูกทำร้าย อย่าใช้แค่ความเชื่อไม่เช่นนั้นเราจะไม่ตอบ ส่วนทางสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น แจ้งเตือนประชาชนเขาที่อยู่ในประเทศไทยเป็นเรื่องที่เขาทำได้ เราก็ แจ้งเตือนประชาชนเราอยู่บ่อยๆหากมีเหตุอะไร หน่วยงานความมั่นคงเราดูแลเรื่องความปลอดภัยอยู่ตลอดไม่ว่าจะมีเรื่องนี้หรือไม่ ไม่เคยประมาท

ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ส่งกลับชาวอุยกูร์ ไปยังประ เทศจีนไม่มีความโปร่งใสว่า เรื่องนี้จะหารือกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ก่อนไปเยี่ยมชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งตัวกลับอีกครั้งจะนำสื่อมวลชนไปด้วย ไทยห่วงใยเรื่องนี้แต่ต้องยึดหลักบ้านเมืองถือความเป็นธรรม เพราะชาวอุยกูร์ต้องทรมานนานนับ 10 ปี รัฐบาลไทยไม่อยากส่งมรดกของการทรมานไปให้คนอื่น เมื่อไทยประเมินในสิ่งที่ดีที่สุดต้องเคารพการตัดสินใจ เมื่อถามถึงกรณีเผยแพร่จดหมายชาวอุยกูร์ 3 ฉบับแสดงเจตจำนงไม่อยากกลับ แต่กรมราชทัณฑ์กล่าวอ้างไม่มีเอกสารดังกล่าว พ.ต.อ.ทวีตอบว่า ต้องให้กรมราชทัณฑ์ชี้แจง ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายต่อกรมราชทัณฑ์หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะกรมราชทัณฑ์ได้รับการยืนยันจากชาวอุยกูร์ 5 คน ในข้อหาปล้นทรัพย์ที่อยู่ในเรือนจำคลองเปรม ยืนยันไม่ได้เขียนจดหมาย ส่วนกระดาษที่มีตรากรมราชทัณฑ์นั้นเป็นกระดาษที่มีขายในเรือนจำให้ผู้ที่ถูกคุมขังเขียนจดหมาย แต่ถ้าจดหมายเผยแพร่ต้องเซ็นเซอร์ที่ซองจดหมายก่อนส่งออกข้างนอก ส่วนจดหมายที่ออกมาจาก ตม.ก็ขอให้ไปถาม ตม. เพราะสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก็จะมีระบบเช่นกัน

นอกจากนั้นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “วันนี้พรรคสีส้มโกหกอะไร” เผยแพร่ข้อความเมื่อวันที่ 28 ก.พ. กล่าวถึงจดหมายผู้ต้องขังชาวอุยกูร์มีตราประทับจากเรือนจำกลางคลองเปรมส่งถึงนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 15 พ.ย.67 ล่าสุดกรมราชทัณฑ์แจกเอกสารชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเรือนจำกลางคลองเปรมขอเรียนว่า ผู้ต้องขังชาวอุยกูร์ให้การยืนยันไม่เคยเขียนจดหมายฉบับดังกล่าวตามที่ปรากฏในสื่อ และลายมือที่ปรากฏมิใช่ลายมือพวกตน ช่วงระหว่างเดือน พ.ย.67 ถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยส่งจดหมายออกภายนอกเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่าจดหมาย ฉบับดังกล่าวไม่ใช่จดหมายที่ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม ดังนั้น จึงน่าจะเป็นจดหมายที่ทำขึ้นมาอย่างไม่ถูกต้อง โดยเรือนจำได้ตรวจสอบและถือปฏิบัติตามระเบียบ และแนวทางที่กรมราชทัณฑ์กำหนด ไว้อย่างเคร่งครัด

ด้านนายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม โพสต์ข้อความใน X ระบุว่า หลายท่านยังมีข้อสงสัยในจดหมายที่นำมาเปิดเผยจนเป็นประเด็นใหญ่โต กังวลไม่ใช่จดหมายจริง ยืนยันเป็นคนรับผิดชอบต่อข้อมูล 1.จดหมายไม่ได้มาจากคนที่ถูกคุมขังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีศาลพระพรหมฯ ทั้ง 2 คนไม่ได้อยู่เรือนจำคลองเปรม เป็นคนละกลุ่มกับผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ 2.จดหมายมาจากในห้องกักสวนพลู ไม่เคยบอกว่าจดหมายมาจากเรือนจำคลองเปรม 3.ไม่มีใครปลอมจดหมายในฐานะต่อสู้เรื่องการส่งกลับต้องยืนยันหลักฐานว่า เขามิได้สมัครใจกลับถ้าอยากตรวจสอบว่าจริงหรือไม่จริง ยินดีเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ความจริง ฟ้องได้เลย 4.หากรัฐไม่สามารถแสดงหลักฐานยืนยันเขาสมัครใจกลับไป ที่ท่านมีหน้าที่ตามกฎหมายให้เปิดเผยออกมา 5.จดหมายจากจีนที่ส่งมาขอตัวกลุ่มนี้เขียนมาว่า ถ้าจีนเชิญ เราถึงจะส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมได้ 6.ต่อจากนี้จะมีประเด็นใหม่ๆมาอีก แต่ขออนุญาตไม่ตอบที่ซ้ำจะลดข้อกังขาให้มากที่สุดแต่อย่าลืมไปตรวจสอบรัฐบาลด้วยเพราะไม่มีอำนาจบริหาร ไม่ได้เป็น 1 ในคนที่ตัดสินใจทำกระบวนการนี้หรือที่มารุมเรื่องนี้ แค่อยากบิดเบือนปกปิดไม่ให้รู้ว่าจดหมายของพวกเขาถูกปิดกั้น และไปไม่ถึงปลายทาง ตนเปิดเผยอะไรออกไปพร้อมให้ตรวจสอบมีหลักฐานยืนยัน มาช่วยกันสร้างความโปร่งใสเอาหลักฐานที่ยืนยันว่าพวกเขาสมัครใจกลับจีน อย่าช้าทุกคนรออยู่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...