โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต เปิดรายชื่อผู้เสียชีวิต อุบัติเหตุ รถทัวร์ชนท้ายรถเทรเลอร์ไฟลุกท่วม

สยามนิวส์

เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 01.35 น. • สยามนิวส์
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต เปิดรายชื่อผู้เสียชีวิต อุบัติเหตุ รถทัวร์ชนท้ายรถเทรเลอร์ไฟลุกท่วม

รถทัวร์สายหนองคาย-ระยองเบรกแตกชนท้ายรถเทรเลอร์ไฟลุกท่วม คลอกคนขับพร้อมเด็กรถและผู้โดยสารไหม้เกรียมคาซาก 7 ศพ เจ็บระนาวอีก 53 คน หลังโชเฟอร์รับคนอัดแน่นเกินพิกัด บางส่วนต้องยืนมาตลอดทาง ถึงทางลงเขาอันตรายไม่ยอมจอดพักรถตามคำเตือนเจ้าหน้าที่ แถมใช้ความเร็วถึง 80-100 กม./ชม. จนผ้าเบรกไหม้พุ่งอัดท้ายรถบรรทุกเต็มๆ ชาวบ้านวอนรัฐเร่งแก้ปัญหาจริงจัง ป้องกันเหตุสูญเสียซ้ำซาก อุบัติเหตุรถทัวร์เบรกแตกชนท้ายรถเทรเลอร์ไฟลุกท่วมตาย 7 ศพ บาดเจ็บยกคันสังเวยถนนสายมรณะซ้ำซาก เปิดเผยเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 21 เม.ย. พ.ต.ท.ศิวภัสส์ ภูริพัศชัยบุญชู สว. (สอบสวน) สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ชนท้ายรถพ่วงไฟลุกไหม้มีผู้โดยสารเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากบริเวณทางหลวงหมายเลข 304 (กบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว) ช่วงทางลงเขาศาลปู่โทน กม.ที่ 208+800 หมู่ 8 ต.บุพราหมณ์ ไปตรวจสอบพร้อมนายชนาธิป โคกมณี รอง ผวจ.ปราจีนบุรี นายสมใจ พุทธเสนา นายอำเภอนาดี และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับศาลเจ้าพ่อปู่โทน พบรถทัวร์โดยสารประจำทาง 2 ชั้น สายหนองคาย-ระยอง ทะเบียน 10-7125 อุดรธานี เลขข้างรถ 590-28 ของบริษัท 407 พัฒนา จำกัด ชนท้ายรถเทรเลอร์ 22 ล้อทะเบียน 71-5435 ปทุมธานี และชนอัดท้ายรถพ่วงบรรทุกแป้ง ทะเบียน 70-8659 นครราชสีมา ทะเบียนพ่วง 71-1158 นครราชสีมา สภาพด้านหน้า รถทัวร์มีไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง

ภายในซากรถพบผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บส่งเสียงร้องระงมหลายคน เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงจาก อบต.บุพราหมณ์ และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าฉีดน้ำสกัดเปลวไฟพร้อมทั้งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกมาอย่างโกลาหล หลังเพลิงสงบพบคนขับรถทัวร์ถูกไฟคลอกเสียชีวิตคาซาก นอกจากนี้ยังพบคนขับรถมือสองและเด็กรถที่นั่งใกล้กันเสียชีวิตอีก 2 ศพสภาพถูกไฟไหม้เกรียมเป็นตอตะโก และบนที่นั่งผู้โดยสารชั้นสองพบผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกอีก 4 ศพ เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำร่างผู้โดยสารลงมาอย่างทุลักทุเล ส่วนศพคนขับรถทั้งสองคนและเด็กรถไม่สามารถนำศพออกมาได้ เนื่องจากร่างถูกอัดก๊อบปี้ติดกับท้ายรถเทรเลอร์ต้องนำรถบรรทุกมาดึงลากรถทัวร์ เพื่อนำศพที่ติดคาอยู่ออกมา สำหรับผู้บาดเจ็บทั้งหมด 53 คน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ลำเลียงส่ง รพ.สต.ทับลาน เพื่อคัดกรองผู้บาดเจ็บอาการสาหัสแยกส่ง รพ.นาดี รพ.กบินทร์บุรี และ รพ.เกษมราษฎร์ 304 สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถทัวร์ประจำทางคันดังกล่าวรับผู้โดยสารจากต้นทาง จ.หนองคาย มุ่งสู่ปลายทาง จ.ระยอง มีผู้โดยสารนั่งเต็มคันรถ บางรายไม่มีที่นั่งต้องยืนมาตลอดทาง

ระหว่างรถวิ่งเข้าเขตพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ไม่มีการจอดพักรถบริเวณจุดสกัดผางามซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนดให้รถจอดพักก่อนลงเขาโทน ขณะที่รถวิ่งลงเขาผู้โดยสารได้กลิ่นเหม็นไหม้ จากนั้นรถส่ายไปมา ผู้โดยสารต่างตกใจร้องลั่น บางรายตะโกนบอกให้คนขับจอดรถ ไม่นานรถเกิดเสียหลักไปชนท้ายกับรถเทรเลอร์ก่อนไถลไปชนรถบรรทุกแป้งไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้คนขับรถและเด็กรถที่นั่งอยู่ด้านหน้า รวมถึงผู้โดยสารถูกไฟคลอกรวม 7 ศพ และบาดเจ็บยกคัน ด้านนายลำสันต์ พวงภู่ อายุ 63 ปี ให้การว่า

ขณะขับรถบรรทุกลงเขาเห็นรถทัวร์คันเกิดเหตุวิ่งมาด้วยความเร็ว และปาดหน้ารถของตนก่อนเข้าเบียดขอบกั้นข้างทางส่ายไปมาจนเกิดประกายไฟ ตอนนั้นคิดในใจว่าคงไม่รอดแน่ กระทั่งรถพุ่งชนท้ายรถพ่วงและรถบรรทุกแป้งที่อยู่ด้านหน้าอย่างแรงเกิดไฟลุกไหม้คลอกคนขับและผู้โดยสาร หลังเกิดเหตุมีผู้โดยสารบางส่วนกระโดดหนีตายออกมา จึงร่วมกับพลเมืองดีทุบกระจกช่วยผู้โดยสารที่บาดเจ็บติดอยู่ในรถ

ส่วนคนขับและผู้โดยสารบางส่วนถูกไฟคลอกไม่สามารถช่วยออกมาได้ เนื่องจากเปลวไฟลุกลามเร็วมาก นายชนาธิป โคกมณี รอง ผวจ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบสาเหตุเกิดจากรถทัวร์เบรกแตกและไถลลงมาตามเส้นทางขาลงเขา ด้วยความเร็ว 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พุ่งชนท้ายรถเทรเลอร์เกิดไฟลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และผู้บาดเจ็บแยกรักษาตัว รพ.นาดี 39 ราย รพ.กบินทร์บุรี 13 ราย และ รพ.เกษมราษฎร์ 1 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต 7 ราย มี 6 รายยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะถูกไฟไหม้เกรียม มีรายงานว่า

สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต 7 ศพจากทัวร์มรณะประกอบด้วย

1.นายอัครเดช หมอกโพธิ์ พนักงานขับรถมือแรก

2.นายพรชัย เก็บสันเที๊ยะ พนักงานขับรถมือสอง

3.นายทินนิกร โรจนตา เด็กรถ รายที่

4.ชายไทยไม่ทราบชื่อ

5.หญิงไทยไม่ทราบชื่อ

6.หญิงไทยไม่ทราบชื่อ และ

7.หญิงไทยไม่ทราบชื่อ ทั้ง 4 ศพอยู่ระหว่างรอผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลยืนยันตัวตนอีกครั้ง ช่วงบ่ายวันที่ 21 เม.ย. ตำรวจ สภ.วังขอนแดง ติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบรถทัวร์มรณะเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุ ทีมช่างได้ถอดล้อออกมาตรวจสอบพบจานเบรกมีรอยไหม้ระบบลมเบรกหมด ทำให้เชื่อว่าสาเหตุเกิดมาจากลมเบรกหมดและผ้าเบรกไหม้

จากนั้นประสานเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกมาตรวจสภาพรถทั้งหมดอีกครั้ง ขณะที่นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ รพ.นาดี จากนั้นเปิดเผยว่า ได้ประสานเรื่องประกันภัยบริษัทวิริยะประกันภัยมาดูแลเรื่องการจ่ายค่าสินไหมทดแทน รวมถึงสอบสวนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จังหวัดปราจีนบุรีและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ช่วยกันประสานงานเพื่อให้ทุกหน่วยมีอำนาจช่วยเหลือผู้ประสบภัยเต็มที่ ส่วนเรื่องอุบัติเหตุจากการสอบ ถามผู้โดยสารทราบว่ารถทัวร์จอดพักที่ปั๊มน้ำมันจ.นครราชสีมา และไม่ได้พักรถกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ

“จริงๆแล้วการกำหนดให้รถแต่ละคันรับผู้โดยสารได้จำนวนเท่าไหร่ก็เป็นการกำหนดเรื่องน้ำหนักของรถ และเรื่องของความปลอดภัย ฉะนั้นถ้าฝ่าฝืนก็เป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ บริเวณนี้ถือเป็นการเกิดเหตุซ้ำซ้อน เบื้องต้นเร่งรัดกับกรมทางหลวงและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเพื่อใช้พื้นที่อุทยานฯทับลานเพื่อเป็นจุดพักรถ ให้รถที่เดินทางมาไกลได้พักรถเพื่อความปลอดภัย รวมถึงเป็นเรื่องวินัยของผู้ประกอบการและคนขับรถที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับถนนสาย 304 ช่วงทางลงเขาศาลปู่โทนเป็นเส้นทางอันตราย เคยเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่นับครั้งไม่ถ้วน ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมาเพิ่งเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์นำคณะเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลพรเจริญ จ.บึงกาฬ และชาวบ้านไปศึกษาดูงานที่ จ.ระยอง ก่อนพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน ห่างจากจุดเกิดเหตุทัวร์มรณะสายหนองคาย-ระยองพุ่งชนท้ายรถเทรเลอร์ประมาณ 2 กม. ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตกว่า 20 ศพ บาดเจ็บจำนวนมาก หลังเกิดเหตุชาวบ้านในพื้นที่ต่างวิพากษ์ วิจารณ์ว่าเมื่อไหร่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหันหน้าคุยกันอย่างจริงจัง เพื่อเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นซ้ำๆซากๆ

ข้อมูล thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...