“ES-EMEQ” คว้าโอกาสลงทุน “หุ้นตลาดเกิดใหม่”... ภูมิภาคแห่งการเติบโตของโลก !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Emerging Market” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้น” ที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี “MSCI Emerging Markets” ซึ่งกระจายการลงทุนในประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)
ช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ทุกคนไปแต่ตลาดสหรัฐ “ตลาดเกิดใหม่” กลับถูกละเลย แต่ในระยะถัดไปนักลงทุนจะกลับมามองตลาดเกิดใหม่มากขึ้น เพราะเศรษฐกิจยังเติบโตได้ดี และมีการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ตลาดหุ้นยังไม่ปรับตัวขึ้นตาม จึงเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุน
ปัจจุบัน “หุ้นตลาดเกิดใหม่” ถือว่าไม่แพง มี Forward P/E 12.9 เท่าใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 10 ปี (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 7 ก.พ. 25)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar”** มาฝากกัน
ES-EMEQ” คว้าโอกาสลงทุน “หุ้นตลาดเกิดใหม่” ด้วยเงินเพียง 1 บาท
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “ES-EMEQ: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Emerging Markets Equity Index” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.อีสท์สปริง’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2550 มีนโยบายลงทุน “หุ้น” ที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี “MSCI Emerging Markets” ซึ่งกระจายการลงทุนในประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares MSCI Emerging Markets ETF’ บริหารจัดการโดย BlackRock Fund
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘‘ES-EMEQ’’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง“หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.พ. 25) นั้น พบว่ามีการกระจายลงทุนไปในประเทศต่างๆ ประกอบด้วย
จีน28.65%
ไต้หวัน 19.52%
อินเดีย17.64%
เกาหลีใต้ 9.40%
บราซิล4.50%
โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
Information Technology 24.36%
Financials 23.61%
Consumer Discretionary 13.62%
Communication 9.58%
Industrials 6.32%
“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5อันดับแรกนั้น เป็นหุ้นชั้นนำในตลาดเกิดใหม่ที่นักลงทุนรู้จักกันดี ได้แก่ 1) TSMC 10.56%,2) TENCENT HOLDINGS 4.50%,3) ALIBABA GROUP KOLDING 2.77%,4) SAMSUNG ELECTRONICS 2.31% และ5) HDFC BANK 1.40% ตามลำดับ”
“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘ES-EMEQ’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธ.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 0.63%ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 2.43% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 28.48% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 18.84% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -28.20%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1 บาท
สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้โดยด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำทั้งใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ที่ 1 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำอยู่ที่ 1 บาท โดยการขายคืนจะได้รับเงินค่าขายคืนภายใน 3 วัน ทำการนับจากวันที่ขาย (T+3)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดกองทุน อีสท์สปริง จำกัด แต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://www.eastspring.co.th และโมบายแอพพลิเคชั่น ttb touch
“หุ้นตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) ที่ถูกละเลยมานาน ไม่ได้ถูกเทรดบนพื้นฐาน ทั้งเศรษฐกิจที่เติบโตดี กำไรบจ.ที่ยังโตต่อเนื่อง เชื่อว่าจะเป็นตลาดที่กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจาก “ตลาดพัฒนาแล้ว” (Developed Market) เริ่มแพงและราคาตึงตัว น่าจะเป็นตลาดที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนที่มีศักยภาพ ในขณะที่ราคายังไม่แพงได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน