โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

สรุปดราม่า!! บิว วราภรณ์ ม้วนเดียวจบ!! หลังหมาหลุดไปกัดหมาบ้านอื่นตาย

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 07.52 น. • Bright Today

ดราม่าร้อน!! สำหรับเรื่องราวของ บิว วราภรณ์ ปิยะนันทสมดี อินฟลูเอนเซอร์และยูทูบเบอร์สายบิวตี้และไลฟ์สไตล์ชื่อดัง กำลังเผชิญดราม่าเกี่ยวกับสุนัขของเธอ

กำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์ กับ บิว วราภรณ์ อินฟลูเอนเซอร์และยูทูบเบอร์สายบิวตี้และไลฟ์สไตล์ชื่อดัง เมื่อเจ้าของสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนได้ไลฟ์สดแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียสุนัขสุดที่รัก หลังสุนัขหลุดออกจากบ้านและพบว่าเสียชีวิต ต่อมา เจ้าของพบสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนอยู่บริเวณใกล้เคียง จึงสอบถามผู้ที่อาจเห็นเหตุการณ์ และขอภาพจากกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้าน พบเพียงภาพสุนัขของตนหลุดออกจากบ้านและสุนัขไซบีเรียนวิ่งผ่านกล้อง จากนั้นได้สืบหาว่าสุนัขไซบีเรียนดังกล่าวเป็นของใคร โดยเพื่อนบ้านแจ้งว่าอาจเป็นของ “บิว วราภรณ์”

โดยดราม่าร้อนระอุ ทาง Bright TV ได้มีการสรุปดราม่าและเหตุการณ์ดังนี้ :

  • เหตุการณ์สุนัขกัดกัน: สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนของบิว และสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนของคู่กรณี ต่างหลุดออกจากบ้านและพบกัน ส่งผลให้สุนัขปอมเมอเรเนียนเสียชีวิต
  • การเจรจาและขอโทษ: ธนิน สามีของบิว และแม่ของเธอ ได้เข้าพบคู่กรณีเพื่อขอโทษและแสดงความรับผิดชอบ โดยบิวไม่สามารถเข้าร่วมได้เนื่องจากต้องดูแลลูกน้อย ทั้งสองฝ่ายตกลงหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ
  • ความเข้าใจผิดเพิ่มเติม: ต่อมา มีสุนัขหลุดออกมาอีกครั้ง ซึ่งคู่กรณีเข้าใจว่าเป็นสุนัขของบิว แต่ภายหลังพบว่าไม่ใช่ นอกจากนี้ แมวของบาส พี่ชายบิว ถูกสุนัขกัดเสียชีวิต ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น
  • ความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย: คู่กรณีและเพื่อนๆ ได้แสดงความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับบิว โดยระบุว่ายังไม่ได้รับคำขอโทษจากบิวโดยตรง และตั้งข้อสังเกตว่าบิวยังคงใช้ชีวิตตามปกติ
  • กระแสตอบกลับจากสังคมออนไลน์: อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางส่วนออกมาวิพากษ์วิจารณ์คู่กรณีของบิว โดยตั้งคำถามว่าทำไมไม่ยอมรับความผิดของตนเองที่ปล่อยให้สุนัขหลุดออกมาเช่นกันและชี้ว่าไม่ควรโทษบิวเพียงเพราะสุนัขของเธอมีขนาดใหญ่กว่าเท่านั้น

ล่าสุด ในด้านของคู่กรณีได้ออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาว ระบุว่า

“ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดนะครับ (มีความรู้สึกของเจ้าของหมามาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ)”

  • เรื่องราวทั้งหมด
    – วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม น้องหมาปอมอายุ 14 ปีของเราหลุดออกออกบ้านด้วยความสะเพร่าของเราเอง และไปโดนกัดตายบริเวณส่วนกลางหน้าบ้าน ตอนเวลา 15.55 น. (ตามคลิปด้านล่าง) ทางเราพยายามตามหาเจ้าของหมาที่มากัดปอมเราตาย โดยถามจากรอบ ๆ บ้านและได้คลิปจากกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้านมา
    – พบว่าเป็นหมาไซบีเรียน 2 ตัวของคู่กรณีเราจึงทำการโทรฯติดต่อคู่กรณีครั้งแรกในเวลา 18.22 น.
    – คู่กรณีไม่อยู่บ้านแจ้งว่าจะเข้ามาคุยวันอาทิตย์ หลังจากนั้นเราได้ไปทำการจัดการศพน้องปอม
    – หลังจากที่คุยปรึกษากับทางบ้านแล้ว วันอาทิตย์ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครว่าง จึงอยากให้มาพบและพูดคุยกันในวันเกิดเหตุเลย จึงได้โทรฯไปนัดหมายคู่กรณีให้มาพบกัน ณ จุดเกิดเหตุเวลา 20.00 น
    – เวลา 20.00 น. ทางครอบครัวเรา 5 คนรวมทั้งคุณแม่ของเรา (เจ้าของปอม) รออยู่ที่จุดเกิดเหตุและมีการโทรฯตามคู่กรณีถึง 3 รอบโดยคู่กรณีออกมาเวลาประมาณ 20.45 น. (ซึ่งคุณแม่และพี่สาวเราไม่อยากรอแล้วจึงขอเข้าบ้านไปก่อน)
    – ได้พบคู่กรณีและคุณแม่ของภรรยาคู่กรณี มีการพูดคุย และได้ทำการขอโทษจากทั้งสองฝ่าย และต่างฝ่ายยอมรับว่าหมาหลุดออกมาทั้งคู่ แต่โชคร้ายที่ฝั่งเราเป็นฝ่ายสูญเสียหมาปอมไป และเราได้กำชับถึงมาตรการของคู่กรณีหลังจากนี้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะหมาคู่กรณีตัวใหญ่ หลุดมาหลายรอบและไม่อยากให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก โดยทางเรายืนยัน ณ ตรงนั้นว่าไม่ได้อยากรับเงินชดเชยในส่วนใดๆ ก็ตาม
    – ทางเราได้แจ้งว่าอยากจะจบจากเหตุการณ์ในวันนี้แต่เพียงเท่านี้ก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ทางเรายังทำใจไม่ได้ ทางคู่กรณีเลยแจ้งว่าหากมีคำแนะนำด้านใดหรืออยากให้ดูแลด้านใดให้ติดต่อกลับได้ทันที และทุกคนแยกย้ายกัน ณ จุดเกิดเหตุในเวลาประมาน 22.00 น.
    – ในวันต่อมา (อาทิตย์ที่ 16 มีนาคม) มีหมาไซบีเรียนหลุดมาในกลุ่มหมู่บ้านอีกครั้ง ทางเรากลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย จึงพิมพ์ลงไปในกลุ่ม (ตามภาพที่แนบมา)

– ทางคู่กรณี โทรฯมาแจ้งว่า ไม่ใช่หมาของตน ทางเรารับทราบ และไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ต่อ
– หลังจากเวลาผ่านไป 5-6 วันในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม ทางเราได้คุยกับคุณแม่และถามคุณแม่ว่าพร้อมจะเจอเจ้าของหมารึยัง คุณแม่แจ้งว่าพร้อมแล้ว
– ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม เราจึงได้พยายามโทรฯนัดหมายกับคู่กรณี ครั้งแรกเวลา 16.34 น. และครั้งที่สองเวลา 19.44 น. แต่ทางคู่กรณีไม่รับสายและไม่ติดต่อกลับอีกเลยตั้งแต่วันนั้น

  • เหตุผลที่เข้าไปคอมเมนต์ในโพสต์คุณบาส
    – “ทางพวกเราทุกคนขอโทษจากใจจริง ที่เข้าไปใช้พื้นที่โซเชียลของคุณบาสสื่อสารไปยังคู่กรณี”
    – แต่เนื่องจากวันที่ 6 เมษายน พบว่าพี่ชายของคู่กรณีเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน จึงเข้าไปคอมเมนต์เพื่อแสดงความเสียใจและใช้พื้นที่นั้นสื่อสารไปถึงคู่กรณี เพื่อหวังให้คู่กรณีติดต่อกลับมา (ตามคอมเมนต์ในโพสต์)
  • การติดต่อกลับมาของคู่กรณี
    – หลังจากที่เราคอมเมนต์ในโพสต์ของคุณบาสไป เราได้รับการติดต่อกลับมาจากคู่กรณีในวันที่ 7 เมษายน เวลา 11.26 น. (พูดคุยกันประมาณ 25 นาที) เราได้ถามถึงเหตุผลที่ไม่ติดต่อกลับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ซึ่งทางคู่กรณีแจ้งว่าผิดพลาดเองติดธุระ (แต่ทำไมไม่โทรฯกลับมา? ทั้ง ๆ ที่มีเบอร์เรา)
    ได้ข้อสรุปว่า ทางคู่กรณีเข้าใจผิด คิดว่าเราไม่อยากพูดคุยถึงเรื่องนี้อีกแล้ว (ถ้าเราไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว วันที่ 20 มีนาคม เราจะพยายามติดต่อคุณไปทำไม? เราจะรอให้คุณติดต่อกลับมาทำไม?)
    – สรุปการพูดคุยในวันที่ 7 เมษายนคือ ทางเราแจ้งว่า “ให้ทางคู่กรณีกลับไปพูดคุยกันแล้วให้ติดต่อกลับมาอีกครั้ง”
    – ในวันที่ 8 เมษายน (วันนี้) เวลาประมาณ 11.00 น. ทางคู่กรณีทั้งสองไลฟ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งพวกเราฟังพบว่ามีความคลาดเคลื่อนในหลาย ๆ ประเด็นในข้อเท็จจริง
  • สิ่งที่เราต้องการ
    – ในตอนแรก เราแค่ต้องการนัดหมายและต้องการคำขอโทษด้วยความจริงใจโดยตรงกับคุณแม่ของเรา ซึ่งเป็นเจ้าของหมาปอมตัวจริง แต่ไม่มีการตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น และในตอนนี้ไม่ต้องการคำขอโทษนั้นอีกต่อไปแล้วครับ เรายืนยันว่าไม่ได้อยากทะเลาะกับใครใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่มีการต่อว่าคู่กรณีแต่อย่างใด สุดท้ายขออนุญาตพูดในมุมของคนที่โกรธ และสูญเสียหมาที่เลี้ยงเหมือนลูกมาตลอด 14 ปี ตอนนี้พวกเราโดนกระแสโซเชียลถล่มเยอะมาก และทำให้สภาพจิตใจของพวกเราย่ำแย่ไม่แพ้กัน จึงจบประเด็นทั้งหมดตรงนี้เท่านี้นะครับ ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะครับ
ภาพ 01
ภาพ 02
ภาพน้องหมาปอม

ข้อมูลอ้างอิงคู่กรณีจาก : https://www.facebook.com/share/p/1BRWzMZZBv/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...