โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เหินฟ้า! รถเมล์เสียหลัก พุ่งเกี่ยวสลิงสายไฟ คาดลื่นคราบน้ำมัน

อีจัน

อัพเดต 11 ก.พ. 2568 เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 02.45 น. • อีจัน

เห็นแวบแรกทำเอาใจหล่นวูบ โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร..

วานนี้ (10 ก.พ.68) เวลา 23.45 น เกิดเหตุรถประจำทาง สาย 167 เสียหลัก ติดห้อยอยู่บนสลิงสายกราวด์ยึดเสาไฟฟ้าแรงสูง บริเวณริมถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แยกมไหสวรรย์ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่สามารถนำรถลงมาได้เอง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล จะประสานอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง เข้าตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุทันที

โดยในที่เกิดเหตุ พบรถประจำทางปรับอากาศ สาย 167 สีส้ม ทะเบียน 16-8442 กรุงเทพมหานคร (ป้ายสีเหลือง) หมายเลขข้างรถ 4-26 ( 17 ) วิ่งระหว่าง เคหะพระรามที่ 2 ถึง สวนลุมพินี อยู่ในลักษณะยกตัวล้อพ้นจากพื้นทั้งสี่ล้อ โดยมีขากระจกมองข้างด้านซ้ายเกี่ยวอยู่บนสลิงสายกราวด์ยึดเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่ ไม่สามารถขยับเคลื่อนตัวได้

อย่างไรก็ตาม ยังเคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เนื่องด้วยเป็นช่วงเวลากลางดึกที่มีผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนน้อย จึงไม่ส่งผลกระทบจากการจราจร

ด้าน น.ส.อภินญา อายุ 34 ปี พนักงานขับรถเมล์คันดังกล่าว เล่าว่า “ตนขับลงมาจากสะพานกรุงเทพแล้วตนจะเลี้ยวโค้งมาเพื่อไปเข้าถนนจอมทอง พอมาถึงจุดเกิดเหตุ มีน้ำมันอยู่บนพื้น ทำให้ล้อรถเกิดอาการลื่น ตนพยายามควบคุมรถ แต่รถเสียหลักปีนกับสลิงสายไฟ ซึ่งในขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่บนรถ 3 คน เพราะเป็นรถเที่ยวสุดท้าย ก่อนจะเข้าอู่ ผู้โดยสารทุกคนไม่ได้รับบาดเจ็บ

โดยหลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง ได้เข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายรถเมล์คันดังกล่าว จากการตรวจสอบบริเวณเสาไฟแล้วไม่พบความเสียหาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...