โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้การอยุธยา สั่งสอบ ตร. เก็บส่วยร้านอาหาร

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 20.46 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 12.12 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

พระนครศรีอยุธยา 6 พ.ค. – แฉคลิปเสียงชายอ้างเป็นตำรวจ เรียกเก็บเงินรายเดือนจากร้านอาหาร พอปฏิเสธถูกลงตรวจถี่ยิบ ล่าสุด ผู้การฯ อยุธยา สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงด่วน

กรณีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาระหว่าง หญิงเจ้าของร้านอาหาร กับชายอ้างเป็นตำรวจ ตำแหน่ง “สารวัตร” ซึ่งมีการพูดคุยลักษณะเจรจาขอเก็บเงินเดือนละ 1,000 บาท เพื่อแลกกับการที่ไม่ให้ตำรวจลงตรวจที่ร้าน และเก็บค่าปรับ โดยอ้างว่าจะมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ส่วนเจ้าของร้านก็พยายามต่อรองการจ่ายเงินและอ้างว่าจะขอไปปรึกษาหุ้นส่วนก่อน โดยมีข้อสรุปจากสารวัตรดังกล่าวว่า ให้เจ้าของร้านจ่ายค่าตู้แดง 500 บาท และส่วนของสารวัตร 1,000 บาท

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านอาหารดังกล่าว ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พบกับ หญิงอายุ 33 ปี เป็นหุ้นส่วนและผู้จัดการร้านอาหาร บอกว่า ตนเองกับเพื่อนเปิดร้านอาหารเน้นเมนูยำ ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2567 ร้านเปิดเวลา 17.00 – 24.00 น. มีดนตรีโฟล์คซองเล่นถึง 21.30 น. และครัวปิด 23.00 น. ยืนยันว่า มีใบอนุญาตจำหน่ายสุราถูกต้อง จนกลางเดือนมกราคม มีตำรวจเข้ามาตรวจที่ร้านขอดูใบอนุญาตในการค้าขาย ซึ่งตนเองก็ให้ดูตามปกติ กระทั่งวันที่ 1 ก.พ. 2568 มีชายอ้างตัวเป็นสารวัตรโทรมาเรียกเก็บเงินตามคลิป

ตนเองมองว่า ร้านอาหารทั่วไปไม่จำเป็นต้องจ่ายเพราะมีการอนุญาตค้าขายปกติ แต่พอไม่จ่ายเงินให้ก็จะมีกลุ่มคนอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจร้านบ่อยๆ มากันครั้งหนึ่งกว่า 20 คน มีรถกระบะ 5 คัน แล้วก็มาส่องไฟฉายใส่ลูกค้า ขอดูบัตรประชาชนลูกค้า ทำให้รู้สึกเหมือนถูกกลั่นแกล้ง สร้างความรำคาญให้กับลูกค้า

ขณะที่ นายพุฒิพงษ์ อายุ 33 ปี เจ้าของร้าน ยังเล่าด้วยว่า การที่เจ้าหน้าที่มาตรวจร้านอาหาร ทำให้ลูกค้าลดลง เพราะไม่มีใครอยากมานั่งแล้วมาโดนตรวจบัตร ขัดจังหวะการพักผ่อน ส่วนที่ตนนำเรื่องนี้โพสต์ เพราะไม่เข้าใจว่าร้านทำผิดอะไร

ล่าสุด พล.ต.ต.นฤนาท พุทไธสง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ผู้เสียหายแจ้งความแล้ว เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา จึงมีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในวันเดียวกัน แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบกระทำผิดจริงจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและวินัยต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...