โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ประเทศไทยพร้อม? การเป็น Financial Hub ของโลก

Amarin TV

เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 11.27 น.
SPOTLIGHT พาคุณผู้อ่านไปเช็กความพร้อมของของประเทศไทยสำหรับการเป็นศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน (Financial Hub) ประเทศไทยพร้อมแค่ไหน ?

ประเทศไทยพร้อม? การเป็น Financial Hub ของโลก

รัฐบาลไทยได้ดำเนินนโยบายเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน (Financial Hub) โดยมีการยกร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. …. ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากครม. เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568

บทความนี้ SPOTLIGHT พาคุณผู้อ่านไปเช็กความพร้อมของของประเทศไทยสำหรับการเป็นศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน (Financial Hub) ว่าประเทศไทยพร้อมแค่ไหน จุดแข็งของประเทศไทยคืออะไร และเราต้องพัฒนาศักยภาพด้านใดบ้าง

ศูนย์กลางทางการเงินคืออะไร?

ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับ ศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) หมายถึงสถานที่ที่มีการดำเนินกิจกรรมทางการเงินหลากหลายประเภท มีโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ดี และสามารถเชื่อมโยงกับประเทศอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสมบัติสำคัญของศูนย์กลางทางการเงินคือการมีกฎหมายและเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจทางการเงิน ทำให้สามารถให้บริการได้อย่างครบวงจรและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ประเทศไทยอยู่ตรงไหน? ในเวทีการเงินโลก

จากรายงาน Global Financial Centres Index (GFCI) ล่าสุดในปี 2567 กรุงเทพฯ อยู่ในอันดับที่ 95 ลดลงจากอันดับที่ 93 ในเดือนมีนาคม 2567 ซึ่งเมื่อเทียบกับศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าประเทศไทยยังมีระยะห่างในเชิงโครงสร้างพื้นฐานและกฎเกณฑ์ทางการเงินที่รองรับการเคลื่อนย้ายเงินทุนและการระดมทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดแข็งของไทยในเวทีการเงิน

แม้อันดับของกรุงเทพฯ ยังอยู่ห่างจากเมืองศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำ แต่ประเทศไทยมีจุดแข็งที่น่าสนใจหลายประการ ได้แก่:

  • บทบาทในตลาดอาเซียน: เงินบาทเป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองจากดอลลาร์สหรัฐฯ ในการค้าภายในอาเซียน
  • ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน: ระบบดิจิทัลและโลจิสติกส์ของไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • ค่าครองชีพที่ดึงดูดชาวต่างชาติ: กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่และมีค่าครองชีพที่ต่ำกว่าเมืองศูนย์กลางทางการเงินอื่น ๆ
  • การจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุด: กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดอันดับ 2 ของโลกในปี 2568 โดย Time Out

ทิศทางในอนาคตและแนวทางพัฒนา

เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินโลกอย่างเต็มตัว รัฐบาลไทยได้วางแผนและออกมาตรการสนับสนุนหลายประการ ได้แก่:

  • พัฒนาโครงสร้างทางกฎหมายและเทคโนโลยี:ร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. …. ซึ่งมีเป้าหมายดึงดูดนิติบุคคลต่างชาติให้เข้ามาลงทุนส่งเสริมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล
  • นโยบาย Blockchain และ Fintech Center:พรรคเพื่อไทยมีนโยบายผลักดันให้ไทยเป็น Blockchain Hub และ Fintech Center ของอาเซียน โดยใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาทพัฒนา Central Bank Digital Currency (CBDC) รองรับระบบการเงินยุคใหม่
  • การสนับสนุนจากภาครัฐและผู้นำทางการเมือง:กระทรวงการคลังจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาร่างกฎหมายและส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นแหล่งพักเงินของภูมิภาคอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร สนับสนุนแนวคิดพัฒนา Financial Center โดยนำโมเดลจากดูไบและสิงคโปร์มาประยุกต์ใช้
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการจูงใจนักลงทุน:ผู้ประกอบธุรกิจใน Financial Hub จะได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีและการจ้างงานบุคลากรต่างชาติมาตรการดึงดูดนักลงทุนให้สามารถทำธุรกรรมการเงินข้ามพรมแดนได้สะดวกยิ่งขึ้น

อุปสรรคและแนวทางแก้ไข

แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการเงิน แต่ยังมีอุปสรรคหลายประการ ได้แก่:

  • ข้อจำกัดด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ยังต้องปรับปรุงให้ทันสมัย
  • การแข่งขันจากศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก เช่น สิงคโปร์ และฮ่องกง
  • ความจำเป็นในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับการเติบโตของภาคการเงิน

สรุป

ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และความเป็นศูนย์กลางการค้าภายในอาเซียน อย่างไรก็ตาม การจะก้าวสู่เป้าหมายนี้ได้สำเร็จต้องอาศัยการปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการลงทุน การพัฒนาบุคลากร และการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง หากประเทศไทยสามารถดำเนินการตามแผนเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสสูงที่กรุงเทพฯ จะกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของโลกในอนาคต

ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, ทำเนียบรัฐบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...