มัสก์ ประณาม USAID ชี้ให้ทุนวิจัยอาวุธชีวภาพ และคอยทำหน้าที่เป็นองค์กรหน้าฉากของ CIA
อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีคนสนิทของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) เป็น “องค์กรอาชญากร” ที่ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยอาวุธชีวภาพ รวมถึงโครงการต่างๆ ที่ถูกกล่าวหาว่านำไปสู่การเกิดโรคโควิด-19
มัสก์ โพสต์ข้อความบน X ว่า “คุณรู้หรือไม่ว่า USAID ใช้เงินภาษีของคุณสนับสนุนการวิจัยอาวุธชีวภาพ รวมถึงโควิด-19 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายล้านคน” “การหลอกลวงของ CIA เกี่ยวกับต้นกำเนิดของโควิด-19 ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อพิจารณาถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของ USAID ในการทำหน้าที่เป็นองค์กรหน้าฉากของ CIA”
มัสก์ ยังได้โพสต์ข้อความตอบกลับคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของ USAID ในการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตและงานนอกกฎหมายของ CIAระบุว่า “USAID เป็นองค์กรอาชญากรรม”
EcoHealth Alliance ซึ่งเป็นองค์กร NGO ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นที่สร้างการถกเถียงและการวิพากย์วิจารณ์ เนื่องมาจากงานที่ทำร่วมกับสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น
แม้ว่า EcoHealth Alliance จะออกมาปฏิเสธโดยระบุว่างานของตนเกี่ยวข้องกับการวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ในเดือน พ.ค. 2024 กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ ได้ระงับเงินทุนของรัฐบาลกลางทั้งหมดที่มอบให้กับ EcoHealth Alliance โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลการทดลองที่มีความเสี่ยงสูงขององค์กร และความล้มเหลวในการรายงานกิจกรรมการวิจัยอย่างทันท่วงที
USAID มีประวัติการให้ทุนสนับสนุนโครงการด้านสุขภาพระดับโลกมากมาย รวมถึงโครงการ PREDICT ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเฝ้าระวังไวรัสที่มีแนวโน้มจะแพร่ระบาด ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2009-2020 โดยความร่วมมือกับ EcoHealth Alliance
รัสเซียได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการวิจัยทางชีวภาพทั่วโลก โดยเฉพาะในยูเครนและประเทศอื่นๆ ใกล้ชายแดนรัสเซีย ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานอื่นๆ ของสหรัฐฯ โดยอ้างว่าห้องปฏิบัติการเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิจัยอาวุธชีวภาพ
การรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมของห้องปฏิบัติการชีวภาพของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญหลักของพลโท อิกอร์ คิริลอฟ หัวหน้ากองกำลังป้องกันนิวเคลียร์ อาวุเคมีและชีวภาพ ของกองทัพรัสเซีย เขาถูกลอบสังหารพร้อมกับผู้ช่วยของเขาในกรุงมอสโกว์เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ในการโจมตีด้วยระเบิดที่อ้างว่าได้รับคำสั่งจากยูเครน
ในรายงานล่าสุด กระทรวงกลาโหมของรัสเซียได้กล่าวถึงการโอนโครงการที่ยังไม่เสร็จสิ้นของยูเครนไปยังประเทศต่างๆ ในยุคหลังสหภาพโซเวียตและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกล่าวว่าแอฟริกาได้กลายเป็นจุดสนใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งมองว่าภูมิภาคนี้เป็นแหล่งกักเก็บเชื้อโรคอันตราย และเป็นพื้นที่ทดสอบสำหรับการรักษาทางการแพทย์ในเชิงทดลอง
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยอมรับว่าให้การสนับสนุนห้องปฏิบัติการในยูเครน แต่ยืนกรานว่าความพยายามดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อและการพัฒนาวัคซีน พร้อมกับเน้นย้ำว่าห้องปฏิบัติการเหล่านี้เป็นของประเทศที่เกี่ยวข้องและดำเนินการโดยประเทศนั้นๆ ไม่ใช่สหรัฐฯ