โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“ชัชชาติ” เผย เจอ 14 ร่าง ยังติดค้างอยู่ มีกลิ่นไม่พึงประสงค์-กองเลือด

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 11.18 น.

“ชัชชาติ” เผย การค้นหามองเห็น 14 ร่าง ที่ยังติดค้างอยู่ มีทั้งกลิ่นไม่พึงประสงค์-กองเลือด ส่วน อุปสรรคคือสิ่งกีดขวางด้านใน ทีมงานนานาชาติมอง เคสนี้ซับซ้อนที่สุด ยัน ทำงานอย่างเต็มที่จนกว่าจะเจอครบทั้งหมด

วันที่ 2 เม.ย. 2568 ที่ ตึกก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย จากเหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างถล่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

นายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้ปฏิบัติการเข้าสู่วันที่ 5 ซึ่ง เมื่อคืนนี้ได้เริ่มใช้วิธีการยกชิ้นส่วนออก จนถึงช่วง 20.00 น. ยกออกไปประมาณ 10 ชิ้น น้ำหนักประมาณ 100 ตัน สามารถเปิดช่องว่างให้กู้ภัยเข้าไปดูด้านในและทำการค้นหาทั้งคืนจนถึงเช้า

โดยเมื่อคืนได้พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย และสามารถนำออกมาได้แล้ว แต่จากการค้นหามองเห็นอีกประมาณ 14 ร่างที่ยังติดค้างอยู่ ทั้งได้กลิ่น และมีกองเลือด แต่อุปสรรคคือสิ่งกีดขวางด้านใน เหล็กต่างๆ ทำให้ยังไม่สามารถนำร่างออกมาได้ ตอนนี้จึงเริ่มมีการปรับแผน นำเครื่องจักรหนักเข้ามาช่วย เป้าหมายคือพยายามจะไปถึงปล่องลิฟต์ และทางหนีไฟให้ได้ นอกจากนี้ยังใช้วิธีการมาร์คจุดว่าจุดไหนพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นใครอยู่บริษัทอะไร ก็เชื่อได้ว่าบริเวณใกล้เคียงกันจะมีคนงานที่อยู่บริษัทเดียวกันติดค้างอยู่

โดยสถานการณ์ตอนนี้ จะเป็นการทำควบคู่กันไประหว่างการช่วยเหลือและการรื้อถอน ซึ่งจะค่อยๆ ปรับไปตามหน้างาน จะเริ่มมีการรื้อถอนมากขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าต้องเอาทีมช่วยเหลือเข้า ทีมรื้อถอนก็จะหยุด เมื่อเห็นว่าช่วยเหลือต่อไม่ได้ ทีมรื้อถอนต้องเข้า ก็จะผลัดเปลี่ยนกัน ซึ่งเมื่อวานนี้ ได้ใช้การช่วยเหลือสลับกับรื้อถอนที่โซน B และ C ด้านหลัง ส่วนวันนี้ เป็นโซน A , C และ D

” ยืนยันว่า ยังทำเต็มที่ เมื่อช่วงบ่ายได้รับแจ้งว่าเหตุการณ์ที่ประเทศเมียนมา พบผู้รอดชีวิต ดังนั้น ในระยะเวลาหลังเกิดเหตุเท่ากัน ถ้าของเขาพบของเราก็ยังมีโอกาส แม้จะน้อยลงต้องพูดความจริง ไม่โกหกตัวเอง แต่ก็จะทำในทุกมิติที่ทำได้ตามหลักสากล“ นายชัชชาติ กล่าว

สำหรับกรณีที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมถึงไม่ใช้วิธีการยกเศษซากอาคารจากด้านบนลงมา เป็นเพราะ การรื้อเศษซากจากด้านล่างจะทำได้ไวกว่า เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์เครื่องจักรหนักขนาดใหญ่และกำลังมากพอ ที่จะไปเริ่มรื้อถอนจากด้านบนที่อยู่สูง

ขณะที่ทีมงานนานาชาติต่างบอกว่า เคสนี้ซับซ้อนที่สุดที่เคยเจอ เพราะเป็นอาคารสูงที่ถล่มลงมาทีเดียว มีผู้ติดค้างอยู่มากพอสมควร แต่ก็ไม่ย่อท้อ จะทำตามแผนต่อไป อาจไม่ถูกใจบางคนต้องขอโทษด้วย แต่ทั้งหมดคือการไตร่ตรองร่วมกันของทุกทีม โดยมีต่างชาติเป็นผู้แนะนำและมีทีมไทยเป็นผู้ตัดสินใจ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ยังได้มีการใช้ทีมจิตวิทยาเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับญาติผู้สูญหาย เพราะญาติก็มีอาการตกใจเมื่อเห็นว่านำเครื่องจักรหนักเข้าไป ก็ต้องทำความเข้าใจกับญาติว่า ยังไม่ได้หยุดค้นหาแต่เป็นการเร่งเปิดทางให้เร็วขึ้น

พร้อมยืนยันว่าไม่มีเดดไลน์ในการหยุดช่วยเหลือ แต่จะค่อยๆ เพิ่มการรื้อถอนให้มากขึ้นตามหน้างาน และจะค้นหาจนเจอจนครบ

กรณีประเด็นดราม่าที่เจ้าหน้าที่รถเครนที่มารอเข้าช่วยเหลือ แต่ยังไม่ได้ทำงานนั้น จากที่ตนเข้าไปสอบถามแต่ละหน่วยงาน ยังไม่มีใครพูดอะไรเรื่องนี้ แต่เข้าใจเจ้าของรถเครนดังกล่าว ยังไม่เข้าใจแผนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนมากจะใช้รถเครนขนาดใหญ่ไม่กี่คันในการทำงาน

ส่วนในประเด็นที่ นายชาติชาย ไทกล้า ที่ปรึกษาคณะกรรมการการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติและผู้อำนวยการสถาบันฝึกดับเพลิงและกู้ภัยชั้นสูงทาฟต้า ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของทีมปฏิบัติการว่า ทำงานล่าช้า ถ่วงเวลาให้โอกาสรอดชีวิตน้อยลง นายชัชชาติ บอกว่า การที่เจ้าหน้าที่ยังไม่เร่งขุดหรือเจาะปูนออก ผู้สั่งการแต่ละทีม มีการปรับแผนตามสภาพหน้างาน เพื่อให้เข้าการทำงานของทีมกู้ภัยทั้งไทยและต่างชาติ อย่างไรก็ตาม หากปฎิบัติการนี้แล้วเสร็จ หลังจากนี้อาจจะมีการเชิญเข้ามาพูดคุยหารือกันถึงแนวทางการทำงานในอนาคตต่อไป

ทั้งนี้การตรวจสภาพตึกภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะนี้ทีมงานวิศวกรของกรมโยธาธิการและผังเมือง และวิศวอาสา ซึ่งได้ทำการเร่งตรวจสอบจากผู้ร้องผ่าน Traffy Fondue ซึ่งเป็นตึกทั้งหมด 9 ประเภท มีผู้ร้องกว่า 12,000 ราย โดยตอนนี้กำลังเร่งติดตามผลการตรวจสอบภายใน 2 สัปดาห์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...