'อดิศร' เมินเป็นฝ่ายค้านอิสระ แม้เคยประกาศไว้ เชียร์ 2 อดีต รมต. เหมาะนั่งหัวหน้าเพื่อไทย
'อดิศร' เมินเป็นฝ่ายค้านอิสระ แม้เคยประกาศไว้ หากเพื่อไทยจับมือ 2 ลุง เผย 2 อดีต รมต. เหมาะนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แทน 'หมอชลน่าน'
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 30 ส.ค.2566 ที่รัฐสภา นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา มีการประชุมพรรคเพื่อไทย ซึ่งนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ได้แสดงเจตจำนงต่อที่ประชุมว่าจะลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตามที่เคยกล่าวไว้หลายครั้งในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่จับมือกับพรรค 2 ลุง หากจับมือกันจะขอลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค
ทำให้คณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบันหลุดออกไปทั้งหมด และจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วันหลังจากที่นพ.ชลน่านลาออก ส่วนตัวรู้สึกอาลัยอาวรณ์กับการเป็นหัวหน้าพรรคของนพ.ชลน่าน อยากให้กลับมาเป็นหัวหน้าอีกครั้ง
อดิศร เพียงเกษ
อย่างไรก็ตามขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่มีแคนดิเดตหัวหน้าพรรค แต่ส่วนตัวเห็นว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯและอดีตรมว.คลัง หรือ นายนพดล ปัทมะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรมว.ต่างประเทศ มีความเหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคได้
- ด่วน! หมอชลน่าน เตรียมลาออก หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำตามสัญญาที่ประกาศไว้
- ‘ชลน่าน’ ลั่นรับผิดชอบ ตั้งใจลาออกอยู่แล้ว แต่ขอตั้ง ครม. ‘เพื่อไทย’ ให้สำเร็จก่อน
เมื่อถามว่าการลาออกของนพ.ชลน่าน จะลดแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นหรือไม่นายอดิศร กล่าวว่า คงไม่เกิดขึ้นเพราะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยที่ด่าก็ด่าอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดา เราก็บริหารกันไป เพราะวันที่ 8 ก.ย. หรือ 9 ก.ย. ก็แถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว เราจะได้บริหารประเทศ จะเหลือก็แต่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่ยังไม่มีใครรับ
เมื่อถามว่ามาตรฐานของนพ.ชลน่าน ต่ำกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เพราะยังไม่ได้ลาออกจากการเป็นส.ส. อีกทั้งยังได้เป็นรัฐมนตรีอีกด้วยนายอดิศร กล่าวว่า เราไม่กล้าอาจเอื้อมไปถึงนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นหัวหรือเป็นหาง
เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรค 2 ลุง จะเป็นฝ่ายค้านอิสระตามที่เคยประกาศไว้หรือไม่ นายอดิศร กล่าวว่า ตนมีความคิดไม่แตกต่างกับนพ.ชลน่าน แต่ได้ถูกวางตัวให้เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือประธานวิปรัฐบาล แล้วซึ่งจะต้องประสานงานและดูระเบียบวาระการประชุม เช่น การจัดทำประชามติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเกณฑ์ทหาร เป็นต้น และดูกฎหมายของทุกพรรคการเมือง ซึ่งตนก็เป็นคนชอบสภา จึงขออนุญาตทำหน้าที่เป็นประธานวิปรัฐบาล ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่ารองนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่รัฐมนตรี 2-3 คน จะไม่ผ่านคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี โดยเฉพาะนายพิชิต ชื่นบาน ทนายของตระกูลชินวัตร ที่จะเป็นรองนายกฯ นายอดิศร กล่าวว่า ไม่มีใครขาดคุณสมบัติ สำหรับนายพิชิตไม่ได้ทำความผิดและพ้นเวลาละเมิดอำนาจศาลมาแล้ว ซึ่งอัยการสั่งไม่ฟ้อง แต่รู้สึกเสียดายนายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่มีชื่อว่าจะเป็นรองนายกฯตั้งแต่ครั้งแรก ที่พูดไม่ได้ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง แต่นายชูศักดิ์มีลักษณะที่คล้ายกับ นายวิษณุ เครืองาม ตนจึงเป็นห่วงว่าฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลจะแข็งพอหรือไม่ และความสามารถของนายชูศักดิ์ก็เป็นที่ยอมรับซึ่งก็ได้แต่แสดงความเป็นห่วง
เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรไม่ให้การประชุมสภาล่มเหมือนที่ผ่านๆมา นายอดิศร ยอมรับว่าสิ่งที่สส.ทำยากที่สุด คือการมาประชุมสภาไม่เหมือนตอนหาเสียง แต่ก็ขอร้องว่าถ้าทั้งสองฝ่ายให้ความร่วมมือกฎหมายก็จะผ่าน
เมื่อถามย้ำว่าเหตุใดสส.จึงมาประชุมยากที่สุด นายอดิศร กล่าวว่า เพราะมีคนมาหามาพูดคุยซึ่งเป็นมาทุกสมัย
เมื่อถามต่อว่าแสดงว่าไม่การันตีว่าการประชุมจะไม่ล่มใช่หรือไม่ นายอดิศร กล่าวว่าเชื่อมั่นว่าคะแนนที่รัฐบาลได้ 300 กว่าเสียง น่าจะพอในการที่จะบริหาร แต่ก็ขอร้องให้ทุกพรรคเข้าร่วมประชุม ไม่ใช่ว่าประธานวิปไปหาสส. ตนขอเป็นเบ้ให้สภาฯ ครั้งหนึ่ง