โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เมื่ออดีตนายกฯ ยอมรับโทษจำคุก 8 ปี 3 เส้นทางออกจากเรือนจำ ก่อนครบกำหนดโทษ

VoiceTV

อัพเดต 22 ส.ค. 2566 เวลา 06.01 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2566 เวลา 05.54 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

‘วอยซ์’ ชวนดูขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งเริ่มต้นด้วยช่องทางแรก ตามที่ ‘วิษณุ เครืองาม’ รองนายกรัฐมนตรี และฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล เคยให้สัมภาษณ์ว่าคดีของทักษิณนั้นไม่สามารถกักขังที่บ้านได้ จะต้องส่งตัวไปยังเรือนจำ แต่เขาสามารถเขียนฎีกาถวายเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรือนจำ

  • ทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม แนวทางที่อดีตนายกฯ จะออกจากเรือนจำก่อนครบกำหนดโทษมีอยู่ 3 ช่องทางด้วยกัน ประกอบไปด้วย

1.การขอพระราชทานอภัยโทษแบบเฉพาะราย อดีตนายกฯ สามารถทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ตั้งแต่เข้าเรือนจำ ซึ่งส่วนนี้แล้วแต่พระบรมราชวินิจฉัย ไม่อาจกำหนดระยะเวลาและผลลัพธ์ และหากถูก‘ยกฎีกา’ จะไม่สามารถขอพระราชอภัยโทษได้อีกภายใน 2 ปี

2.การลดโทษ มีองค์ประกอบสำคัญคือต้องถูกจำคุกอย่างน้อย 6 เดือน และมีข้อแม้ต้องเลื่อนขั้นเป็น ‘นักโทษชั้นเยี่ยม’ ขึ้นไป ทั้งนี้นักโทษทุกคนเมื่อแรกเข้าเรือนจำ จะเริ่มต้นที่ ‘ชั้นกลาง’ การเลื่อนชั้นตามระยะเวลาไปในชั้นดี ดีมาก เยี่ยม หรือชั้นเลวนั้น ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามข้อบังคับราชทัณฑ์ การลดโทษจะค่อยๆ ลดเดือนละ 3-5 วันแล้วแต่ชั้นของนักโทษสะสมไป

3.การพักการลงโทษ สิทธินี้มีอยู่ในกลุ่มนักโทษที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปด้วย ซึ่งกำหนดว่าต้องเป็นนักโทษที่รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ (กรณีของทักษิณคือ 2 ปี 6 เดือนเศษ) หากเข้าเงื่อนไขก็จะได้รับการปล่อยตัวแล้วอยู่ในการคุมประพฤติที่บ้านแทน โดยรายละเอียดมีดังนี้

‘พระราชทานขออภัยโทษ’

หากมองในระเอียดตามหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ ตั้งแต่เงื่อนไขการขอพระราชทานอภัยโทษ ที่แบ่งเป็น 2 ประเภท จะมีองค์ประกอบตามแนวทางดังนี้

1.การพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปในวาระต่างๆ

เป็นการพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ผู้ต้องโทษ โดยการตราพระราชกฤษฎีกา ตามการถวายคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อพระมหากษัตริย์ ในกรณีนี้ทางราชการจะดำเนินการให้ทุกขั้นตอน ผู้ต้องราชทัณฑ์ไม่ต้องดำเนินการใดๆ

การพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป มักจะมีขึ้นในวโรกาสมหามงคลต่างๆ เกี่ยวกับสถาบัน ซึ่งจะกำหนดให้ลดโทษลดหลั่นกันไปตามแต่ละลักษณะคดีที่กำหนดตามแนบท้ายพระราชกฤษฎีกา และไม่แน่ชัดว่าจะมีการพระราชกฤษฎีกาลักษณะนี้เมื่อใด

การขอพระราชทานอภัยโทษแบบทั่วไป มีเงื่อนไขต้องติดคุก 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ ยกตัวอย่างเช่น ทักษิณ ต้องโทษจำคุกรวม 8 ปี ต้องติดคุกมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี 6 เดือนเศษ จึงจะได้รับการลดหย่อนโทษ

2. การพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย

การพระราชทานอภัยโทษแก่ ‘นักโทษเด็ดขาด’ เป็นรายบุคคล โดยจะมีการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาตามการถวายคำแนะนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ส่วนจะได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือไม่เพียงใด ขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัย

อย่างไรก็ดีการขอพระราชทานอภัยโทษ หากมีหนังสือแจ้งผลว่า ‘ยกฎีกา’ จะไม่สามารถยื่นฎีกาได้อีกภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันถูกยกฎีกา

‘การลดโทษ’

ตามหลักเกณฑ์การลดโทษ ผู้ต้องขังต้องมีคุณสมบัติเป็นนักโทษเด็ดขาดที่จำคุกมาตั้งแต่ 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ และให้ลดโทษตาม ‘ชั้น’ ของนักโทษคือ

  • ชั้นเยี่ยม จะได้รับวันลดโทษเดือนละ 5 วัน
  • ชั้นดีมาก จะได้รับวันลดโทษเดือนละ 4 วัน
  • ชั้นดี จะได้รับวันลดโทษเดือนละ 3 วัน

โดยเรือนจำจะรวมวันลดต้องโทษสะสมของผู้ต้องขังทุกรายไว้ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์พิจารณาอนุมัติให้ปล่อยตัวเมื่อมีวันลดโทษสะสมเท่ากับโทษที่เหลือ โดยการพิจารณาจะทำทุกเดือนหากไม่กระทำผิดวินัยเสียก่อน

‘พักการลงโทษ’

การพักการลงโทษ คือ การปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดก่อนครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาโดย อยู่ภายใต้เงื่อนไขการคุมประพฤติ หากฝ่าฝืนจะถูกนำตัวกลับมาคุมขังในเรือนจำตามเดิม และถูกลงโทษทางวินัย

หลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ คือ ความประพฤติในเรือนจำ, พฤติการณ์ก่อนถูกจำคุก, ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ, ความปลอดภัยของสังคม, ประวัติการต้องโทษ

ผู้ที่จะได้รับพักการลงโทษต้องมีคุณสมบัติ คือ เป็นนักโทษเด็ดขาดที่จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ หรือเป็นนักโทษเด็ดขาดที่จำคุกตลอดชีวิต และต้องรับโทษมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 10 ปี

การพักการลงโทษ ‘กรณีปกติ’ จะพิจารณาตามชั้นของนักโทษ

  • นักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม ได้พักไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ
  • นักโทษเด็ดขาดชั้นดีมาก ได้พักไม่เกิน 1 ใน 4 ของกำหนดโทษ
  • นักโทษเด็ดขาดชั้นดี ได้พักไม่เกิน 1 ใน 5 ของกำหนดโทษ

การพักการลงโทษ ‘กรณีพิเศษ’

1.นักโทษเด็ดขาดที่เจ็บป่วยร้ายแรงและชราภาพ

2.นักโทษเด็ดขาดที่มีความพิการด้านต่างๆ ตามที่ราชทัณฑ์กำหนดเงื่อนไข

3.นักโทษเด็ดขาดที่อายุ 70 ปีขึ้นไป

4.นักโทษที่สร้างชื่อเสียงให้ราชทัณฑ์

เมื่อได้พักโทษแล้วยังต้องอยู่ระหว่างการคุมประพฤติตามระยะเวลาที่ราชทัณฑ์กำหนด และผู้ถูกคุมประพฤติจะต้องประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไข 8 ข้อ คือ

1.จะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำ

2. ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต

3. ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเสพย์ติด และกระทำผิดอาญาขึ้นอีก

4. ประกอบอาชีพโดยสุจริต

5. ปฏิบัติตามลัทธิศาสนา

6. ห้ามพกพาอาวุธ

7. ห้ามไปเยี่ยมบ้านหรือติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไม่ใช่ญาติ

8. ให้ไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเรือนจำ เจ้าพนักงานปกครอง หรือหัวหน้าสถานีตำรวจทุกเดือน ถ้าผู้ได้รับการปล่อยตัว ประพฤติตนตามเงื่อนไขด้วยดีตลอด ก็จะได้รับใบบริสุทธิ์ และพ้นโทษไปตามคำพิพากษา เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติสืบต่อไป

อ้างอิง

http://www.correct.go.th/infosaraban64/letter/filepdf/1618563834.pdf

http://www.correct.go.th/popnogb/menu2/m26.html

https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/elaw_parcy/ewt_dl_link.php?nid=1892

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...