โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Sofia Coppola เผย ยังไม่เคยดูหนัง 'Her' ของอดีตสามี Spike Jonze เลยแม้แต่ครั้งเดียว

BT Beartai

อัพเดต 18 ก.ย 2566 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2566 เวลา 04.36 น.
Sofia Coppola เผย ยังไม่เคยดูหนัง 'Her' ของอดีตสามี Spike Jonze เลยแม้แต่ครั้งเดียว

หากใครที่ได้ติดตามผลงานของอดีตสามีภรรยาผู้กำกับฝีมือดี ทั้ง โซเฟีย คอปโปลา (Sofia Coppola) ทายาทผู้กำกับรุ่นใหญ่ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา (Francis Ford Coppola) และ สไปก์ โจนส์ (Spike Jonze) ผู้กำกับหนังและมิวสิกวิดีโอชื่อดัง น่าจะเคยได้ยินเกร็ดเกี่ยวกับหนัง 2 เรื่องที่พวกเขากำกับ นั่นก็คือ ‘Lost in Translation’ (2003) หนังอินดี้สายเหงาของคอปโปลา ซึ่งว่ากันว่าเธอเขียนบทขึ้นเพื่อถ่ายทอดช่วงชีวิตอันเปล่าเปลี่ยวะหว่างที่เธอเดินทางติดตามอดีตสามีมากำกับหนังไปที่ประเทศญี่ปุ่น

หนังอีกเรื่องก็คือ ‘Her’ (2013) หนังโรแมนติกไซไฟสุดล้ำของโจนส์ เจ้าของรางวัลออสการ์ สาขาบทดั้งเดิมยอดเยี่ยม ที่บอกเล่าเรื่องราวของชายผู้เปลี่ยวเหงา กับสาวสวยผู้มาในรูปแบบของโปรแกรม AI ซึ่งภายหลังมีการเปิดเผยว่า โจนส์ได้เขียนบทหนังเรื่องนี้ให้มีความเป็นกึ่ง ๆ อัตชีวประวัติที่ถ่ายทอดเรื่องราวการหย่าร้างกับอดีตภรรยาของตัวเขาเอง

ล่าสุด คอปโปลาได้ให้สัมภาษณ์กับ Rolling Stone เกี่ยวกับเบื้องหลังความสำเร็จและเรื่องราวต่าง ๆ ในวาระที่ ‘Lost in Translation’ หนังขวัญใจชาวอินดี้เรื่องนี้มีอายุครบรอบ 20 ปี ซึ่งเธอได้ยอมรับสารภาพว่า เธอยังไม่เคยมีโอกาสได้ดูหนังเรื่อง ‘Her’ ที่ว่ากันว่าเป็นเหมือนกับ ‘จดหมาย’ ที่สื่อความรู้สึกของโจนส์ต่อการหย่าร้างกับเธอเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว

Spike Jonze 'Her'
Spike Jonze 'Her'

“ฉันยังไม่เคยดูเลยค่ะ เท่าที่ดูจากตัวอย่าง มันก็ดูเหมือนกันดีนะ เพราะว่าเราใช้คนออกแบบงานสร้างคนเดียวกัน แต่ฉันยังไม่เคยดูมันเลยค่ะ ฉันรู้ว่าคนดูชอบหนังเรื่องนั้นมาก ๆ แต่ฉันก็ยังไม่เคยได้ดูเลย ก็ไม่รู้สิ ฉันไม่รู้ว่าฉันอยากจะเห็น รูนีย์ มารา (Rooney Mara) แสดงเป็นตัวฉันเองหรือเปล่านะคะ”

‘Her’ เล่าเรื่องในอนาคตอันใกล้ เมื่อ ธีโอดอร์ ทวอมบลีย์ (วาคีน ฟีนิกซ์ – Joaquin Phoenix) พนักงานในบริษัทรับเขียนจดหมาย กำลังเผชิญปัญหาการหย่าร้าง เขารู้สึกไม่เต็มใจที่จะเซ็นใบหย่ากับอดีตภรรยา แคทเธอรีน เคลาเซน (รูนีย์ มารา – Rooney Mara) จนวันหนึ่ง เขาได้ซื้อโปรแกรมผู้ช่วยเสมือนจริงระบบ AI ที่มีชื่อว่า ซาแมนธา (ให้เสียงโดย สการ์เล็ต โจแฮนส์สัน – Scarlett Johansson) พวกเขาได้พูดคุยกัน และพัฒนากลายเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินจะคาดเดา

Rooney Mara Joaquin Phoenix 'Her'
Rooney Mara Joaquin Phoenix 'Her'

โจนส์และคอปโปลาพบกันครั้งแรกในปี 1992 ในกองถ่ายมิวสิกวิดีโอเพลง “100%” ของวงดนตรีพังก์ Sonic Youth และแต่งงานกันในปี 1999 ก่อนจะตัดสินใจฟ้องหย่าในปี 2003 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ ‘Lost in Translation’ เข้าฉาย ว่ากันว่าหนังเรื่องนี้คือชนวนเหตุที่ทำให้ทั้งคู่หย่าร้างกัน เนื่องจากมีตัวละครที่อาจจะอ้างอิงมาจากชีวิจจริง อาทิ ตัวละคร จอห์น (จิโอวานนี ริบิซี – Giovanni Ribisi) แฟนหนุ่มช่างภาพผู้หมกมุ่นกับงาน ซึ่งว่ากันว่าอ้างอิงมาจากอดีตสามี ซึ่งคอปโปลาได้อธิบายภายหลังว่า ตัวละครนี้มีองค์ประกอบบางอย่างที่ถอดแบบมาจากโจนส์

หลังจากที่โจนส์หย่าร้างกับคอปโปลา ก็มีข่าวว่าเขาได้ไปคบหากับนักแสดงสาว คาเมรอน ดิแอซ (Cameron Diaz) ที่เคยร่วมงานกับเขามาแล้วในหนัง ‘Being John Malkovich’ (1999) ซึ่งในหนัง ‘Lost in Translation’ ก็ดันมีตัวละคร เคลลี (แอนนา ฟาริส – Anna Faris) นักแสดงฮอลลีวูดที่เข้ามาเกี้ยวพาราสีจอห์นในระหว่างเข้าพักที่โรงแรมเดียวกัน ซึ่งก็ทำให้หลายคนตีความว่า ตัวละครนี้เป็นตัวแทนของดิแอซหรือไม่

คอปโปลาเฉลยเพียงสั้น ๆ ว่า “ไม่ มันไม่ได้อ้างอิงมาจากเธอจริง ๆ ค่ะ มันเป็นเพียงการรวมตัวกันของคนกลุ่มหนึ่ง เป็นคนแบบหนึ่ง มันจึงไม่ได้เป็นการลบหลู่ดูหมิ่นเธอซะหน่อย มีคนอื่นที่คล้ายกับบุคลิกของ (เคลลี) มากกว่าอีก”

ที่มา: Rolling Stone, IndieWire, People

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...