โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเปิดสัญญาณ 5 อาการ นิ่วในถุงน้ำดี ที่หลายคนคิดว่าอาหารไม่ย่อย

TNews

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 17 ก.พ. 2569นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เผย 5 อาการนิ่วในถุงน้ำดี ที่คิดว่าอาหารไม่ย่อย โดยระบุว่า ช่วงนี้ใครที่มีอาการแน่นท้อง จุกเสียด หลังอาหาร แล้วก็คิดว่า "สงสัยกินเร็วไป" หรือ "กรดไหลย้อนแน่ ๆ"

หมอเปิดสัญญาณ 5 อาการ นิ่วในถุงน้ำดี ที่หลายคนคิดว่าอาหารไม่ย่อย

แต่ความจริงคืออาการแบบนี้อาจเป็นสัญญาณของ "นิ่วในถุงน้ำดี" ได้เลยครับ เพราะถุงน้ำดีทำหน้าที่เก็บน้ำดีเพื่อย่อยไขมัน ถ้ามีนิ่วไปอุดทางเดินน้ำดี จะปวดแบบเฉียบ ๆ และมักถูกเข้าใจผิดว่าอาหารไม่ย่อย มาลองเช็กเลยนะครับว่าใครมีอาการพวกนี้บ้าง

สาเหตุที่ทำให้มีโอกาสเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

นิ่วถุงน้ำดี มักเกิดจากน้ำดีที่มีคอเลสเตอรอลสูงเกินไป จนตกผลึกเป็นก้อนนิ่วได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่น้ำหนักขึ้นเร็ว ลดน้ำหนักเร็ว กินอาหารมันจัด ไม่ค่อยกินผัก หรือมีภาวะดื้ออินซูลิน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง รวมถึงคนที่อายุมากขึ้น ถุงน้ำดีบีบตัวได้น้อยลง น้ำดีค้างนาน โอกาสเกิดนิ่วก็สูงขึ้นแบบเงียบ ๆ

1. จุกแน่นชายโครงขวา หลังอาหารมัน ๆ
อาการคลาสสิกที่สุดคือปวดหรือแน่นบริเวณใต้ชายโครงขวา โดยเฉพาะหลังมื้อที่มีของทอด ของมัน หมูกระทะ ชานม หรืออาหารหนัก ๆ เพราะถุงน้ำดีต้องบีบตัวปล่อยน้ำดีมาย่อยไขมัน แต่นิ่วไปขวางไว้ ทำให้ปวดจุกแบบลึก ๆ หลายคนคิดว่าแค่ท้องอืด แต่จริง ๆ คือถุงน้ำดีกำลังถูกกระตุ้น

2. ปวดร้าวขึ้นไหล่ขวา หรือสะบักด้านหลัง
นิ่วถุงน้ำดีไม่ได้ปวดแค่ท้องนะครับ บางคนปวดร้าวไปไหล่ขวา หลัง หรือสะบัก เหมือนกล้ามเนื้ออักเสบ จนไปนวดก็ไม่หาย เพราะเส้นประสาทบริเวณถุงน้ำดีเชื่อมกับไหล่ ทำให้ปวดหลอกตำแหน่งได้ เป็นสัญญาณที่หลายคนไม่รู้มาก่อน

3. คลื่นไส้ อาเจียน หลังอาหาร โดยเฉพาะมื้อหนัก
ถ้ากินเสร็จแล้วคลื่นไส้เหมือนอาหารไม่ย่อย จุกจนอยากอาเจียน โดยเฉพาะหลังของมัน ๆ หรือกินเยอะผิดปกติ ต้องระวังนิ่วถุงน้ำดี เพราะน้ำดีไหลไม่ออก ระบบย่อยไขมันรวน ทำให้ท้องปั่นป่วนแบบเฉียบ ๆ ไม่ใช่แค่กรดไหลย้อนธรรมดา

4. ปวดเป็นพัก ๆ แล้วหายเอง (Biliary colic)
อาการนิ่วมักมาเป็นรอบครับ ปวดตื้อ ๆ หรือปวดบิดอย่างรุนแรง และมักจะปวดนิ่ง ๆ ไม่ขยับตามท่าทาง (ต่างจากปวดกล้ามเนื้อที่บิดตัวแล้วจะปวดกว่าเดิม) อยู่ 30 นาที–2 ชั่วโมง แล้วค่อยทุเลา พออีกหลายวันกลับมาใหม่ คนเลยชะล่าใจคิดว่า "เดี๋ยวก็หาย" แต่จริง ๆ คือถุงน้ำดีกำลังบีบตัวชนก้อนนิ่วซ้ำ ๆ ถ้าปล่อยไว้อาจอักเสบหนักจนต้องผ่าตัดฉุกเฉินได้

5. ตัวเหลือง ตาเหลือง ไข้ หนาวสั่น = อันตรายต้องรีบไปโรงพยาบาล
ถ้านิ่วหลุดไปอุดท่อน้ำดีหลัก จะทำให้น้ำดีคั่ง เกิดดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเข้ม อุจจาระสีซีด สีเหมือนดินพอกหน้าหรือสีเทา และอาจมีไข้ร่วมด้วย นี่ไม่ใช่อาหารไม่ย่อยแล้วครับ แต่เป็นภาวะฉุกเฉิน เสี่ยงติดเชื้อในท่อน้ำดี ต้องรีบพบแพทย์ทันที

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง (สูตร 4F)

แพทย์มักจำง่าย ๆ ว่าคนที่เสี่ยงนิ่วถุงน้ำดีคือ "4F"

  • Fat = น้ำหนักเกินหรืออ้วน
  • Female = เพศหญิง (โดยเฉพาะหลังมีบุตรหรือฮอร์โมนเปลี่ยน)
  • Forty = อายุเกิน 40 ปี
  • Fertile = เคยตั้งครรภ์ หรือมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง
  • ถ้าเข้าเกณฑ์นี้ร่วมกับกินมันบ่อย หรือมีเบาหวาน ไขมันสูง โอกาสเป็นนิ่วจะมากขึ้น

ลดเสี่ยงนิ่วได้ตั้งแต่วันนี้

  • ลดของทอด ของมันจัด ไม่กระตุ้นถุงน้ำดีบีบตัวแรง
  • คุมน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าลดฮวบเร็วเกิน
  • เพิ่มผัก ไฟเบอร์ โพรไบโอติก และดื่มน้ำให้พอดี ลดการตกผลึกของน้ำดี
  • ขยับร่างกายทุกวัน เดินหลังอาหารช่วยให้น้ำดีไหลดีขึ้น
  • ถ้ามีอาการปวดซ้ำ ๆ หรือเข้าเกณฑ์ 4F → ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนไว้ก่อนปลอดภัยที่สุด

สรุปคือ นิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคที่ชอบปลอมตัวเป็น "อาหารไม่ย่อย" แต่ถ้าปวดชายโครงขวาหลังของมัน ปวดร้าวไหล่ คลื่นไส้อาเจียนเป็นรอบ ๆ อย่าชะล่าใจ เพราะถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลันอันตรายกว่าที่คิด ตรวจเร็ว รักษาง่ายกว่าปล่อยจนฉุกเฉิน

ขอบคุณ FB : หมอเจด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...