โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘หลักชัย’ ลุยนิคมฯ เฟส 3 รับรัฐบาลใหม่ ดึงต่างชาติลงทุน 5 หมื่นล้าน ปั้น Green Estate

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางจังหวะการเมืองที่กำลังก้าวสู่รัฐบาลชุดใหม่ ภาคเอกชนรายใหญ่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( EEC) เริ่มขยับแผนลงทุนระยะยาว โดยนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จังหวัดระยอง ประกาศเดินหน้าขยายเฟส 3 รองรับคลื่นลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ของประเทศ มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท พร้อมปั้นสู่ “Green Industrial Estate” ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

นายหลักชัย กิตติพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไทรเบคก้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลชุดใหม่ หากมีเสถียรภาพทางการเมืองชัดเจน จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในพื้นที่ EEC

“สิ่งที่เราคาดหวังคือเสถียรภาพของรัฐบาล ถ้าการเมืองนิ่ง นักลงทุนก็วิ่งมาขอรับส่งเสริมจากบีโอไอเอง เฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อีอีซีที่ทำงานเต็มที่อยู่แล้ว แต่ถ้ารัฐบาลมีความชัดเจนและเร่งขั้นตอนอนุมัติให้เร็วขึ้น จะช่วยให้การลงทุนเดินหน้าได้มาก”

หลักชัย กิตติพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไทรเบคก้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง

สำหรับความคืบหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยฯ ปัจจุบันเฟส 1 พัฒนาแล้วบนพื้นที่รวม 2,200 ไร่ เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม 1,600 ไร่ มีผู้ประกอบการเข้าลงทุนแล้ว 14 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในคลัสเตอร์ยานยนต์ ได้แก่ โรงงานผลิตยางรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยางพารา คาร์บอนแบล็ก และสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาง เช่น ซิงค์ออกไซด์ และวัตถุดิบเฉพาะทาง

โดยเฟสที่ 1 มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 40,000 ล้านบาท สร้างการจ้างงานกว่า 6,000 คน และสร้างมูลค่าส่งออกเกือบ 30,000 ล้านบาทต่อปี นักลงทุนหลักมาจากจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยจีนมีสัดส่วนมากที่สุด

ขณะที่เฟสที่ 2 พื้นที่รวมกว่า 2,100 ไร่ เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม 1,500 ไร่ มีนักลงทุน 10–11 ราย ใช้พื้นที่ไปแล้วราว 70% กลุ่มอุตสาหกรรมประกอบด้วย แบตเตอรี่ ล้อแม็ก ชิ้นส่วนยานยนต์ และสารเคมีขั้นสูง ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงาน ซึ่งต้องใช้เวลา 1–2 ปี

ทั้งนี้ในเฟส 2 คาดว่ามีเม็ดเงินลงทุนรวมเกือบ 50,000 ล้านบาท เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูง โดยเฉพาะกลุ่มแบตเตอรี่ นักลงทุนส่วนใหญ่มาจากจีนและสหรัฐอเมริกา ขณะที่บริษัทใช้งบพัฒนาสาธารณูปโภคในสองเฟสแรกประมาณ 4,000 ล้านบาท (ไม่รวมที่ดิน)

สำหรับเฟส 3 ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จะพัฒนาบนพื้นที่ประมาณ 1,500–1,600 ไร่ เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมราว 1,200 ไร่ ตั้งเป้าดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งหุ่นยนต์ ระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ 12 สาขาใน EEC เกษตรขั้นสูง และโครงการดาต้าเซ็นเตอร์จากสหรัฐ

“เฟส 3 เราจะเน้นกลุ่มไฮเทค โรบอท เซ็นเซอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์เม็ดเงินลงทุนของลูกค้าน่าจะมากกว่า 50,000 ล้านบาท เป็นการต่อยอดธุรกิจเดิมให้มีเทคโนโลยีสูงขึ้น”

บริษัทตั้งงบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเฟสที่ 3 ไว้ 6,000–7,000 ล้านบาท และวางเป้าหมายพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด BCG ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ระบบน้ำหมุนเวียน ไม่ปล่อยน้ำทิ้งออกภายนอก และตั้งเป้าปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

นายหลักชัยระบุว่า ไทยยังได้เปรียบประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามในด้านสาธารณูปโภคที่พร้อมกว่า และคุณภาพชีวิตที่เอื้อต่อการทำงานของนักลงทุนต่างชาติ แต่สิ่งที่ต้องเร่งคือโครงสร้างพื้นฐานหลักของ EEC โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่ล่าช้ามานาน ถ้าโครงการเดินหน้า จะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

การขยายเฟส 3 ของนิคมหลักชัยเมืองยางจึงไม่เพียงสะท้อนความเชื่อมั่นของเอกชนต่อรัฐบาลใหม่ แต่ยังเป็นสัญญาณว่าพื้นที่ EEC ยังเป็นแม่เหล็กลงทุนสำคัญของประเทศ หากการเมืองมีเสถียรภาพและนโยบายต่อเนื่อง ไทยมีโอกาสดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกระลอกใหญ่ในระยะต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...