หนทางสุดท้าย! หนุ่มว่างงานนานจนท้อ ยอมก่อเรื่องให้โดนจับขังคุกเพื่อให้มีกิน
สื่อรัสเซียรายงานผลการตัดสินคดีสุดแปลกที่เผยแพร่ออกมาราวสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่มีหนทางทำมาหากิน จนตัดสินใจหาทางให้ตัวเองมีที่อยู่ที่กินฟรีในคุกด้วยการหลอกลวงว่าจะวางระเบิดอาคาร
รายงานข่าวระบุเพียงชื่อตัวของชายคนนี้ว่า โอเล็ก คาดว่ามีอายุราว 20 ปีเศษ เขามาจากสาธารณรัฐบัชคอร์โตสถาน ประเทศรัสเซีย เขาวางแผนให้ตัวเองถูกตำรวจจับและส่งเข้าคุกด้วยการข่มขู่ว่าจะลงมือวางระเบิด
หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โอเล็กเคยรับราชการทหาร และเมื่อไม่นานมานี้เขาพยายามหางานทำในเมืองอูฟามานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ล้มเหลว เมื่อไม่มีที่อยู่อาศัยและไม่มีเงินซื้ออาหาร ชายหนุ่มที่สิ้นหวังจึงเกิดความคิดที่จะทำให้ตัวเองติดคุกขึ้นมา
เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว หลังจากใช้เวลา 3 วันในการหางานที่เมืองอูฟา โอเล็ก ก็เดินเข้าไปในโรงแรมแห่งหนึ่งและขู่พนักงานว่าจะวางระเบิดโรงแรมด้วยระเบิดที่อยู่ในเป้ของเขา แม้เขาจะขังตัวเองไว้ในห้องหนึ่งและตะโกนว่ามีระเบิด แต่กลับไม่มีใครเชื่อเขาเลย เขาจึงกระโดดออกทางหน้าต่างห้องแล้วมุ่งหน้าไปยังสนามบินที่อยู่ใกล้เคียง
ความพยายามครั้งที่สองของเขาประสบความสำเร็จ โอเล็ก เข้าไปในอาคารผู้โดยสารของสนามบินอูฟา จากนั้นก็ชูเป้ขึ้นและเริ่มตะโกนอย่างคุ้มคลั่งว่ามีระเบิด เขาเรียกร้องให้เรียกตำรวจและเจ้าหน้าที่เจรจามา พร้อมเตือนทุกคนให้อยู่ห่างจากเขาจนกว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นจะมาถึง
แต่แล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสังเกตเห็นว่า โอเล็ก ไม่มีสายไฟหรือตัวจุดชนวนระเบิดให้เห็น จึงกรูเข้าจัวตัว โอเล็ก และควบคุมตัวไว้จนกระทั่งตำรวจมาถึงสนามบิน
หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็ไม่พบวัตถุระเบิด อีกทั้ง โอเล็ก ก็ยอมรับอย่างหน้าตาเฉยว่าเขาตั้งใจโกหกเพื่อให้ตัวเองถูกจับ ผลการประเมินทางจิตเวชพบว่าเขามีสภาพจิตปกติและรับผิดชอบต่อการกระทำของตนได้เต็มร้อย ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้ เขาถูกคุมขังและศาลเพิ่งตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลา 3 ปี 2 เดือน ในนิคมดัดสันดาน ซึ่งเป็นที่ที่เขาจะมีอาหารกินอย่างน้อยวันละสองมื้อและมีหลังคาคุ้มหัว
คำพิพากษาของศาลในคดีของ โอเล็ก ระบุว่า "จำเลยตระหนักดีว่าเขากำลังให้ข้อมูลเท็จว่ามีระเบิดที่กำลังจะระเบิด และข้อมูลนี้อาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก ความกลัว ความกังวล และบั่นทอนความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งเขาเจตนาที่จะทำเช่นนั้น รายงานที่เป็นเท็จโดยรู้อยู่แก่ใจอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างมหาศาล และผลกระทบอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อสังคม"
ที่มา : odditycentral.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES