ทรัมป์ ขีดเส้นตายอิหร่าน 10–15 วัน ต้องยอมดีลนิวเคลียร์ ขู่ไม่เช่นนั้นสิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้น
ทรัมป์ ขีดเส้นตาย 10–15 วันให้อิหร่านทำข้อตกลง ไม่เช่นนั้นสิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้นขณะอิหร่านเตือนพร้อมโจมตีฐานทัพสหรัฐ หากถูกเล่นงานก่อน
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.43 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกคำเตือนถึงอิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ต้องบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ภายใน 10–15 วัน มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับสิ่งเลวร้ายอย่างยิ่ง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ทันทีว่า หากถูกโจมตีฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐในภูมิภาคจะตกเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ของสหรัฐในตะวันออกกลาง ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าอาจลุกลามเป็นสงครามวงกว้าง แม้ทรัมป์จะยืนยันว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี แต่ย้ำว่าเตหะรานต้องทำข้อตกลงที่มีความหมาย
ทรัมป์กล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการ“Board of Peace” ในนครวอชิงตันว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ศักยภาพนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลายอย่างรุนแรงและเสริมว่า สหรัฐอาจต้องยกระดับปฏิบัติการอีกขั้น หรืออาจไม่จำเป็นก็ได้ พร้อมทิ้งท้ายว่า ทุกอย่างจะชัดเจนภายใน 10–15 วันนี้
ต่อมาบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ระยะเวลาดังกล่าวถือว่าเพียงพอแล้ว และย้ำอีกครั้งว่า หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง จะเกิดสิ่งเลวร้ายอย่างแน่นอน
อิหร่านย้ำไม่เริ่มสงคราม แต่พร้อมป้องกันตัว
อิหร่านส่งจดหมายถึง Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า อิหร่านไม่มีเจตนาจะเริ่มสงคราม แต่หากถูกโจมตีทางทหาร อิหร่านจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดและได้สัดส่วน ภายใต้สิทธิในการป้องกันตนเอง
จดหมายยังระบุว่า ฐานทัพ สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินทั้งหมดของฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ในภูมิภาค จะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม และสหรัฐจะต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อผลกระทบที่อาจคาดเดาไม่ได้
การเจรจายังเดินหน้า แต่ยังห่างไกล
ผู้แทนสหรัฐและอิหร่านพบกันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในหลักการชี้นำบางประการ ขณะที่ทำเนียบขาวยอมรับว่ายังมีประเด็นที่เห็นต่างกันอยู่
ทรัมป์กล่าวว่า“มีการพูดคุยที่ดี” และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ ระบุว่า อิหร่านเตรียมยื่นข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแก้ไขความกังวลของวอชิงตัน
ทรัมป์ย้ำจุดยืนว่า อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และหากยังมีความพยายามพัฒนาอาวุธลักษณะดังกล่าว จะไม่สามารถสร้างสันติภาพในตะวันออกกลางได้
อิหร่านยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์มีเป้าหมายเพื่อสันติเท่านั้น แต่สหรัฐและอิสราเอลกล่าวหามายาวนานว่าเตหะรานมุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
สหรัฐเสริมกำลัง ความเสี่ยงสงครามเพิ่ม
สหรัฐได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือรบ และเครื่องบินรบเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาค ขณะที่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สหรัฐและอิสราเอลได้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์และเป้าหมายทางทหารบางแห่งของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า Marco Rubio มีกำหนดพบกับ Benjamin Netanyahu ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพื่อหารือประเด็นอิหร่าน
สหรัฐต้องการให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมโดยสิ้นเชิง รวมถึงยกเลิกโครงการขีปนาวุธพิสัยไกล และยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง ซึ่งอิหร่านระบุว่า ประเด็นเหล่านี้เป็นเส้นแดง และจะไม่เจรจานอกเหนือจากแฟ้มคดีนิวเคลียร์
ชาติยุโรปเริ่มเตือนพลเมืองอพยพ
ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น Poland กลายเป็นประเทศล่าสุดที่แนะนำให้พลเมืองเดินทางออกจากอิหร่าน โดยนายกรัฐมนตรี Donald Tusk ระบุว่า พลเมืองโปแลนด์อาจมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการอพยพ หากสถานการณ์เลวร้ายลง
อ้างอิง : reuters.com