‘PTT’ กำไร 9 หมื่นล้านปี 68 โต 0.1%-จ่ายปันผล 2.30 บาทต่อหุ้น
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น PTT รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ในปี 2568 ปตท. และบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิจํานวน 90,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.1% จากปี 2567 ที่มีกําไรสุทธิ จํานวน 90,072 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากในปี 2568 มีการรับรู้ Non-recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นกําไรประมาณ 14,400 ล้านบาท โดยหลักจากกําไรจากการจําหน่ายและเปลี่ยนแปลงสถานะของเงินลงทุนใน Lotus ของ PTTGM และมีการรับรู้ส่วนแบ่งกําไรของบริษัทร่วมจากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของการเข้าซื้อหุ้นและควบรวมโรงกลั่นน้ํามันของกลุ่มเซลล์ในสิงคโปร์ของ TOP
สำหรับปี 2568 ปตท.และบริษัทย่อยมี EBITDA จํานวน 332,849 ล้านบาท ลดลงจํานวน 63,385 ล้านบาท หรือ 16.0% จากปี 2567 จํานวน 396,234 ล้านบาท โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจสํารวจและผลิตปิโตรเลียมมีผลการดําเนินงานลดลง จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง
รวมถึงกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นมีผลการดําเนินงานลดลง โดยธุรกิจปิโตรเคมีลดลง ทั้งจากกลุ่มอะโรเมติกส์ และกลุ่มโอเลฟินส์ จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่กับวัตถุดิบ และปริมาณขายของกลุ่มอะโรเมติกส์ที่ปรับลดลง
ธุรกิจการกลั่นมีผลการดําเนินงานลดลงจากปริมาณขายที่ลดลง แม้ว่ากําไรขั้นต้นจากการกลั่น (Market GRM) เพิ่มขึ้นจากส่วนต่าง ราคาผลิตภัณฑ์ รวมถึงขาดทุนสต๊อกน้ํามันสุทธิกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือลดลง โดยในปี 2568 ปตท. และบริษัทย่อย มีผลขาดทุนประมาณ 12,000 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2567 ขาดทุนประมาณ 13,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจก๊าซฯ มีผลการดําเนินงานลดลง โดยหลักจากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ จากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายรวมลดลง ประกอบกับผลการดําเนินงานของบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจก๊าซฯ ปรับลดลง โดยหลักจาก บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จํากัด (PTTLNG) เนื่องจากมีการลดสัดส่วนการถือหุ้น ในโครงการ LNG Receiving Terminal แห่งที่ 2 (LMPT2) เป็น 50.0% เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2567 รวมถึงบริษัท ปตท. จําหน่ายก๊าซธรรมชาติ จํากัด (PTTNGD) มีผลการดําเนินงานลดลง โดยหลักจากราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงตามราคาอ้างอิง
ขณะที่ธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ มีผลการดําเนินงานดีขึ้น เนื่องจากในเดือนมกราคม 2567 มีการนําค่าปรับจากปริมาณที่ผู้ผลิต ก๊าซฯ ส่งได้ไม่ถึงปริมาณตามสัญญา (Shortfall) ของแหล่งก๊าซฯ ในอ่าวไทยจํานวน 4,300 ล้านบาท มาคํานวณเป็นส่วนลดราคา Pool Gas ตามคําสั่งของคณ ของคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (กกพ.)
นอกจากนี้ ปตท. เตรียมเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 พิจารณาอนุมัติการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี 2568 เพื่อจ่ายเงินปันผลรวมในอัตรา 2.30 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็นเงินปันผลจากผลการดำเนินงาน 2.10 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษอีก 0.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 65,361 ล้านบาท
เมื่อหักเงินปันผลระหว่างกาลที่ได้จ่ายไปแล้วสำหรับงวดครึ่งปีแรกในอัตรา 0.90 บาทต่อหุ้น (รวมประมาณ 25,707 ล้านบาท) จะคงเหลือเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังของปี 2568 ที่จะเสนอจ่ายในอัตรา 1.40 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 39,654 ล้านบาท
โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 6 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 เมษายน 2569 ภายหลังได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
โดยการเสนอจ่ายเงินปันผลพิเศษเป็นผลจากความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์และการสร้างกระแสเงินสดอิสระที่แข็งแกร่งในปีที่ผ่านมา โดยเป็นการจัดสรรในลักษณะเฉพาะครั้ง ภายใต้หลักวินัยทางการเงิน เพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหุ้น
ขณะเดียวกันบริษัทยังสามารถรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินและอันดับความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุน (Investment Grade) ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผลตามปกติของบริษัท