โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘ผบ.ตร.’ ตรวจซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง ย้ำต้องไม่ให้สูญเสีย

ไทยโพสต์

อัพเดต 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.18 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

20 ก.พ. 2569 - พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิงของเจ้าหน้าที่ตำรวจและตอบสนองเหตุการณ์ภาคประชาชน ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชัยพัชร์ ศรีประเสริฐ รอง ผบช.น. พร้อมด้วยผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1–9, กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ, กองบังคับการอำนวยการ, รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1–9 (ฝ่ายป้องกันปราบปราม), ผู้แทนจากสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ, ผู้สังเกตการณ์จากฝ่ายรักษาความปลอดภัย World Bank/IMFและผู้สังเกตการณ์จากกระทรวงการคลัง เข้าร่วมสังเกตการณ์การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ณ ห้างสรรพสินค้าวันแบงค็อก (One Bangkok)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ให้ความสำคัญต่อการเข้าควบคุมสถานการณ์วิกฤตตามหลักยุทธวิธีอย่างเป็นระบบ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีแผนรักษาความสงบ (กรกฎ/67) รองรับการปฏิบัติตั้งแต่ขั้นเตรียมการ เผชิญเหตุ คลี่คลายและฟื้นฟูสถานการณ์ บทบาทของผู้เผชิญเหตุคนแรก การควบคุมพื้นที่ และผู้บัญชาการเหตุการณ์ แต่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดทั้งต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและประชาชน กองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เพื่อซักซ้อมแผนและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยดำเนินการใน 2 มิติหลัก ได้แก่

1.การประชาสัมพันธ์แนวทาง “หนี ซ่อน สู้” พร้อมจัดอบรมและซักซ้อมแผนในสถานศึกษา โรงงาน และสถานประกอบการต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ประชาชนรู้วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ

2.การจัดฝึกอบรมชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธีระดับสถานีตำรวจ (MPB SWAT) จำนวน 2 รุ่น รวม 1,021 นาย เพื่อยกระดับขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ ให้สามารถเข้าระงับเหตุและลดความรุนแรงได้อย่างทันท่วงทีก่อนขอกำลังสนับสนุนเพิ่มเติม

การซักซ้อมแผนในครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้างสรรพสินค้าวันแบงค็อก ซึ่งเป็นอาคารสำนักงาน สถานที่จัดงานและการประชุม ตลอดจนที่พักอาศัยสำคัญใจกลางเมือง เพื่อให้ผู้ประกอบการ ผู้พักอาศัย และผู้เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองในการเอาตัวรอดและช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ทั้งยังเป็นการทดสอบความพร้อมของชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธีระดับสถานี (MPB SWAT) ของ สน.ลุมพินี ร่วมกับ สน.ทุ่งมหาเมฆ, สน.บางโพงพาง และชุดปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ในฐานะพื้นที่ติดต่อ เพื่อให้สามารถบูรณาการกำลังร่วมกันรับมือและตอบโต้สถานการณ์วิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผบ.ตร. กล่าวว่า ขอขอบคุณกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการร่วมมือกับ One Bangkok ซ้อมแผนเผชิญเหตุ ซึ่งนับเป็นแบบอย่างในการประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและเอกชน ระหว่างตำรวจและประชาชน เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นทุกครั้งในอดีตที่ผ่านมา ล้วนส่งผลกระทบต่อจิตใจของประชาชนผู้สูญเสีย และเป็นบททดสอบสำคัญต่อประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละพื้นที่ ที่จะต้องปฏิบัติตามแผนยุทธวิธีได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียขึ้น

การบริหารเหตุวิกฤตเป็นสิ่งสำคัญที่ตำรวจระดับพื้นที่จะต้องทราบบทบาท หน้าที่ การเข้าระงับยับยั้งได้ตามหลักยุทธวิธี และกฎหมาย สามารถจำกัดวงพื้นที่เกิดเหตุ วางกำลังและช่วยเหลือ อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้บังคับบัญชาจะต้องใส่ใจ กำหนดแผนการฝึกทบทวนให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้น เพื่อให้ข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง สามารถตอบสนองต่อเหตุได้ทันต่อเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น รวมถึงการประสาน มาตรการรักษาความปลอดภัย การป้องกัน แจ้งเหตุ ควบคุมสั่งการห้อง command room บริหารเหตุการณ์ และให้ความรู้กับภาคประชาชนในพื้นที่อ่อนไหว เช่น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ ผบ.ตร. กล่าวว่า ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนายตระหนักในความสำคัญของการปฏิบัติตามแผน และฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องด้วยความเข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยให้ข้าราชการตำรวจทุกนายทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วน ลดการสูญเสีย ตอบสนองต่อเหตุการณ์วิกฤตได้อย่างทันท่วงที และขอให้ตำรวจทุกนายคำนึงถึงอุดมคติตำรวจ ในการ “รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต” มีสติในการปฏิบัติหน้าที่อยู่เสมอ ไม่ทอดทิ้งประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อให้ “ตำรวจ” เป็น “ตำรวจของประชาชน” อย่างแท้จริง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...