โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร คดีทองคำ 1.5 พันล้าน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เจาะประวัติ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร จากข้าราชการดาวรุ่งสู่คดีร่ำรวยผิดปกติ เปิดเส้นทางทองคำแท่ง 2 หมื่นบาท มูลค่า 1,500 ล้านบาท ที่ศาลฎีกาสั่งยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน

ชื่อของ นายสาธิต รังคสิริ กลายเป็นที่จดจำในหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจและการเมืองไทย ในฐานะอดีตข้าราชการระดับสูงที่มีเส้นทางชีวิตพลิกผันจากจุดสูงสุดสู่คดีความครั้งใหญ่ระดับพันล้าน

เส้นทางราชการและบทบาทอธิบดีกรมสรรพากร

นายสาธิต รังคสิริ เคยดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมสรรพากร ในช่วงปี 2555–2557 ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักในการจัดเก็บรายได้เข้าประเทศ ในยุคนั้นเขาได้รับความเชื่อมั่นอย่างสูงในฐานะนักบริหารที่ผลักดันนโยบายภาษีเชิงรุก และการปฏิรูประบบจัดเก็บรายได้จากภาคธุรกิจขนาดใหญ่ภายใต้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

จุดเริ่มต้นคดีร่ำรวยผิดปกติ

จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดนายสาธิต ในข้อหา ร่ำรวยผิดปกติ จากการตรวจสอบพบว่ามีการสั่งซื้อทองคำแท่งในชื่อของตนเองกับบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัช จำกัด จำนวน 15 รายการ รวมน้ำหนักประมาณ 20,976 บาททองคำ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท

ป.ป.ช. ระบุว่าทรัพย์สินมหาศาลนี้เป็นสิ่งที่ได้มาโดยไม่สมควร หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ ซึ่งสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ทำให้ทองคำทั้งหมดถูกอายัติและฝากไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อรอคำพิพากษาถึงที่สุด

คำพิพากษาศาลฎีกาและการยึดทรัพย์คืนแผ่นดิน

ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1256/2567 คดีระหว่างอัยการสูงสุดและนายสาธิต รังคสิริ ศาลมีคำสั่งให้ทองคำแท่งน้ำหนักกว่า 2 หมื่นบาทนั้นตกเป็นของแผ่นดิน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทำพิธีส่งมอบทองคำแท่งมูลค่า 1,500 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการคลัง (กรมธนารักษ์) อย่างเป็นทางการ ปิดตำนานอดีตข้าราชการระดับสูงผู้มีทรัพย์สินเป็นทองคำมหาศาลในประวัติศาสตร์ไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...