ฟังชัดๆ ‘เลือกผม ได้ผม ไม่ใช่นายกฯเงา‘
เมื่อ เวลา 18.00 น. เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2569 พรรคกล้าธรรม (กธ.) จัดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมรับฟังจำนวนมาก โดยมีแกนนำสำคัญของพรรคขึ้นเวทีช่วยผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ ประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมฝ่ายสังคม
นางปวีณา กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ภาคเหนือถือเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จ.เชียงใหม่ เชียงราย หรือพะเยา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงามจำนวนมาก พรรคกล้าธรรมจึงมีนโยบายหลายด้านเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เติบโต เพราะมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศ
“จ.เชียงใหม่มีประชากรผู้สูงอายุถึงร้อยละ 23 หรือประมาณ 400,000 คน พรรคจึงมีนโยบายฝึกอาชีพให้ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเกษียณอายุ 60 ปี ซึ่งยังมีศักยภาพในการทำงาน หากปล่อยให้อยู่บ้านโดยไม่มีบทบาท อาจส่งผลต่อสุขภาพกายและใจ เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือโรคความจำเสื่อม โดยเราจะฝึกอาชีพที่เหมาะกับวัย และเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว เช่น การฝึกภาษาและทักษะบริการ เพื่อให้ผู้สูงอายุเป็นอาสาสมัครท่องเที่ยว รองรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือที่ยังขาดแคลนบุคลากร” นางปวีณากล่าว พร้อมยืนยันว่าเป็นแนวทางสร้างรายได้และคุณค่าให้ผู้สูงวัย“ นางปวีณา กล่าว
นางปวีณา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรม ยังมีนโยบายจัดตั้งศูนย์เด็กเล็กในชุมชนแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้มีรายได้น้อย ให้พ่อแม่ที่ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำมีสถานที่ฝากบุตรอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งเป็นพื้นที่พัฒนาและเสริมทักษะเด็ก
ด้าน ศ.ดร.นฤมล กล่าวบนเวทีว่า เราเสนอ ร.อ.ธรรมนัสเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว เพื่อให้ประชาชนไม่สับสนหลายพรรคเสนอถึง3คน มีแต่ตัวปลอมที่ไม่มีอำนาจ
“พรรคหนึ่งเลือกแล้วได้นายกฯตัว “ท.” แต่คนมีอำนาจตัวจริงคือ “ธ.” อีกพรรคเลือก “อ.” ได้ “น.” อีกท่านเลือก “ ช.”ได้ “ย.” เอาตัวปลอมมาหลอกขายเราหมดพอแล้วเข้าไปก็ไม่ไปตัดสินให้แก้ปัญหาให้ประชาชน เพราะตัวจริงที่อยู่ข้างหลังไม่ต้องรับผิดชอบ แต่พรรคกล้าธรรมตัวจริงเสียงจริงถ้าเลือกธรรมนัส ก็ได้ธรรมนัส“ศ.ดร.นฤมล กล่าว
ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า พรรคเราไม่ได้เป็นสแกมเมอร์ พรรคอื่นๆเป็นสแกมเมอร์ทั้งสิ้น เราพูดจริง ทำจริง ด้วยความจริงใจ ที่บอกทำมากกว่าพูด ร.อ.ธรรมนัส ก็ทำมาแล้ว ทั้งแก้ปัญหาราคาเกษตรที่ตกต่ำ ปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ที่เราแก้ให้เป็นที่ดินเพื่อการเกษตร โดยหลังจากนี้จะมีการนกระดับให้เป็นโฉนดครุฑแดง เพื่อให้ประชาชนมีที่ทำกินและมีสินทรัพย์ที่มูลค่าเพิ่มขึ้น เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่สัญญาว่าจะแจกเงินแค่ไม่กี่บาท สุดท้ายก็ทำไม่ได้
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวปราศรัยว่า ตนไม่ต้องการพูดนโยบายเพื่อชวนเชื่อหรือสร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แต่ต้องการให้ประชาชนดูจากผลงานที่ผ่านมา ซึ่งยืนยันว่า ทุกเรื่องที่พูดได้ลงมือทำจริง นโยบายดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และความปลอดภัยของสตรี เรามั่นใจว่า เราทำได้เพราะพรรคมีบุคลากรที่ทำงานด้านสังคมมายาวนาน อย่างนางปวีณา ซึ่งสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
“การเลือกตั้งปี 2566 เชียงใหม่มีอยู่ 2 สี คือ สีนี่ กับ สีนั้น เวลามาหาเสียง สีนั้นก็พูดดี พี่น้องเชียงใหม่จะกระเป๋าตุง กาเบอร์นี้ พรรคนี้นะ แต่กระเป๋าตุงหรือไม่ เงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท ใครได้แล้ว แต่พรรคกล้าธรรม ไม่ต้องขายฝันพี่น้อง เราทำดีแล้ว เราทำต่อสานต่อ ต่อยอดให้มันได้จริงๆ นโยบายเรื่องที่ดินทำกิน ที่ผ่านมาเคยถูกปรามาสว่า ผมจะทำไม่ได้ แต่ขณะนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าสำเร็จแล้ว และจากนี้จะเดินหน้าต่อยอดให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน สร้างความเข้มแข็งให้ฐานรากของประเทศ” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้เลือกผม ได้ผม ตัวจริง เสียงจริง ทำงานจริง เพื่อประชาชน ไม่ใช่ได้ “นายกฯ เงา ”เลือกคนนี้ แต่ได้ใครมาไม่รู้.