โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มนักธุรกิจทำจมูกคลินิกดัง ราคา 4.8 แสน ผ่าตัดเสร็จไม่รู้สึกตัว นอนรพ. ค่ารักษาพุ่ง 2 ล้าน

แนวหน้า

เผยแพร่ 07 มี.ค. เวลา 17.00 น.

ญาติเข้าร้องสายไหมต้องรอด พี่ชายทำจมูก-เหลาคาง กับคลินิกดังกลางกรุง สุดท้ายช็อกไม่ฟื้น ค่ารักษาพุ่งหลักล้าน แพทย์แจ้งมีภาวะไตวายและเสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา ค่ารักษาทะลุกว่า 2 ล้าน คลินิกบ่ายเบี่ยงอ้างรอสรุปผลการประชุม

วันนี้ (8 มี.ค. 69) เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องเพจสายไหมต้องรอด ญาติของผู้เสียหายชายอายุ 37 ปี (สงวนชื่อ) เข้าร้องขอความช่วยเหลือ หลังเข้ารับการศัลยกรรมจมูกและเหลาคางกับคลินิกเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ก่อนเกิดอาการผิดปกติรุนแรง จนต้องถูกส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลยังคงไม่รู้สึกตัว

น้องชายของผู้เสียหาย ได้ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา พี่ชายของตนได้เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกและเหลาคางที่คลินิกแห่งหนึ่ง โดยมีค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 480,000 บาท ทางคลินิกได้แจ้งกำหนดการผ่าตัดช่วงเวลาประมาณ 16.00–22.00 น. แต่ภายหลังได้มีการแจ้งเลื่อนเวลาออกไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง

ญาติของผู้ป่วยได้ระบุว่า ตนและพี่ชายอีกคนได้รออยู่ด้านนอกคลินิก จนกระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 5 มีนาคม ทางคลินิกได้แจ้งว่าผู้ป่วยเกิดอาการผิดปกติ โดยมีอาการหัวใจเต้นเร็วและค่าก๊าซในเลือดผิดปกติ จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังเข้ารับการรักษา แพทย์ได้ให้ข้อมูลว่าผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว จำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และอยู่ในห้อง ICU นอกจากนี้ยังพบภาวะแทรกซ้อนหลายประการ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ไตวายเฉียบพลัน จนต้องฟอกไต และมีอาการไข้สูง รวมถึงมีน้ำในปอด โดยขณะนี้ผ่านมาแล้ว 4 วัน ผู้ป่วยยังคงไม่ฟื้นตัว

น้องชายของผู้ป่วยได้ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรงและออกกำลังกายเป็นประจำ โดยไม่มีประวัติโรคประจำตัวมาก่อน ทำให้ครอบครัวมีความรู้สึกตกใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ตอนนี้ทางครอบครัวจึงทำได้เพียงแค่รอย้ายไปยังโรงพยาบาลที่รองรับสิทธิบัตรทอง เนื่องจากตอนนี้ค่ารักษาพยาบาลทะลุสูงถึง 2 ล้านบาท ถ้าจะให้สำรองจ่ายก่อนก็เกรงว่าจะไม่ไหว รวมทั้งเกรงว่าค่ารักษาพยาบาลจะบานปลายไปมากกว่านี้ เบื้องต้นทางครอบครัวทำได้เพียงแค่เซ็นยอมรับสภาพค่าใช้จ่ายกับทางโรงพยาบาลไปก่อน

สาเหตุที่ตนมาร้องเรียน เป็นเพราะอยากให้ทางคลินิกมีความชัดเจนในเรื่องของการช่วยเหลือดูแลและรับผิดชอบกับอาการป่วยของพี่ชายของตน เพราะถ้าพี่ชายของตนไม่มาผ่าตัดศัลยกรรมที่นี่ ก็คงไม่ต้องล้มป่วยแบบนี้ ตอนนี้ขอแค่ทำให้พี่ชายกลับมาเป็นปกติให้ได้ก่อน เพราะเขาเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลทั้งครอบครัว ธุรกิจ และลูกน้อง ส่วนสาเหตุจะมาจากคลินิกจริงหรือไม่ ค่อยมาพิสูจน์ภายหลังกันก็ได้ ขอแค่ให้ทางคลินิกแสดงสปิริตมาช่วยรับผิดชอบก็เป็นพอ แต่ถ้าทางคลินิกยังเพิกเฉยไม่มาช่วยเหลือ ก็คงจะต้องพิจารณาเรื่องของการใช้ข้อกฎหมายต่อไป

โดยหลังจากนี้ ทางเพจสายไหมต้องรอดจะดำเนินการประสานกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ทั้งเรื่องอาการป่วยของผู้เสียหายและสาเหตุว่ามาจากคลินิกจริงหรือไม่ เพื่อเป็นการเยียวยาและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...