โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิเคราะห์ชี้ SET กระเพื่อม “Private Credit” สหรัฐจำกัด! ชูหุ้นพลังงาน–ปันผล พยุงตลาด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายในแดนลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยราคาหุ้นของ BlackRock ปรับตัวลดลง 7.2% หลังบริษัทประกาศจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนจากกองทุน HPS Corporate Lending Fund (HLEND) ที่เพดาน 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ภายหลังมีคำขอไถ่ถอนหน่วยลงทุนหลั่งไหลเข้ามารวมประมาณ 9.3%

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าปฏิกิริยาของตลาดในครั้งนี้มีลักษณะตื่นตระหนกเกินความเป็นจริง เนื่องจากเพดานการไถ่ถอนที่ระดับ 5% เป็นกลไกป้องกันเชิงโครงสร้าง ที่ระบุไว้ล่วงหน้าในข้อกำหนดของกองทุน เพื่อป้องกันการเร่งขายสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว ไม่ได้สะท้อนถึงภาวะขาดสภาพคล่อง และไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานะทางการเงินของ BlackRock แต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน กองทุน HLEND ยังสามารถระดมเงินลงทุนใหม่ได้ถึง 840 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกัน และยังคงจ่ายเงินปันผลรายเดือนตามปกติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงแรงกดดันที่เกิดขึ้นใน อุตสาหกรรมสินเชื่อเอกชน (Private Credit) โดยรวมมากกว่าจะเป็นปัญหาเฉพาะของ BlackRock

อย่างไรก็ตาม แม้ข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นนั้น แต่ความเข้าใจผิดของตลาดก็สามารถส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนได้ในระยะสั้น

สำหรับตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะการซื้อขายวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดการไถ่ถอนในตลาดสินเชื่อเอกชนของสหรัฐฯ มีโอกาสส่งผลกระทบทางอ้อมต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดไทย แต่คาดว่าจะอยู่ในวงจำกัด

แม้ประเทศไทยจะมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับตลาดสินเชื่อเอกชนของบริษัทขนาดกลางในสหรัฐฯ ค่อนข้างน้อย แต่ดัชนี SET มักมีความอ่อนไหวต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศและความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันต่างชาติ

ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์ถึงปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเปิดการซื้อขายเช้าวันจันทร์ ดังนี้

  • แรงกดดันจากภาวะลดความเสี่ยง (Risk-Off) ผลกระทบที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดคือภาวะลดความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก หลังจากกองทุนสินเชื่อเอกชนขนาดใหญ่ เช่น HLEND ของ BlackRock หรือ BCRED ของ Blackstone แตะเพดานการไถ่ถอน

ในสถานการณ์ลักษณะนี้ นักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นกองทุนบำนาญหรือบริษัทประกัน มักตอบสนองด้วยการ ลดสัดส่วนสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เพื่อระดมเงินสด หรือชดเชยกับสถานะการลงทุนที่ติดอยู่ในกองทุนที่มีข้อจำกัดการไถ่ถอน

สำหรับตลาดหุ้นไทย นักลงทุนต่างชาติซึ่งเป็นแรงขายสุทธิในช่วงต้นเดือนมีนาคมอยู่แล้ว และได้กดดันดัชนี SET ปรับตัวลดลงประมาณ 100 จุด หรือราว 7.7% ในเดือนนี้ อาจยังคงโยกเงินออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องในระยะสั้น อีกทั้ง หุ้นที่อาจเผชิญแรงขายมากที่สุดคือ หุ้นขนาดใหญ่ (Large-Cap Blue Chips) เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนต่างชาติสามารถขายปรับพอร์ตได้รวดเร็วที่สุด

  • กลุ่มธนาคาร — บททดสอบความเชื่อมั่น ธนาคารพาณิชย์ไทยยังคงมีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องในระดับสูง อีกทั้งยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนจากเงินปันผล อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นในกลุ่มธนาคารมักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับความตึงเครียดของระบบการเงินโลก

หากกระแสข่าวช่วงสุดสัปดาห์เน้นไปที่ความเชื่อมโยงของธนาคารกับสินเชื่อเอกชน หุ้นกลุ่มธนาคารไทยอาจเผชิญแรงขายในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์จากการ “โดนลูกหลง” ของความกังวลในตลาดโลก ทั้งที่ในความเป็นจริงธนาคารไทยแทบไม่มีความเสี่ยงโดยตรงต่อกองทุนสินเชื่อเอกชนของสหรัฐฯ เหล่านี้

ขณะเดียวกัน หากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศมีการกล่าวถึงประเด็นหนี้เสีย (NPL) หรือคุณภาพสินเชื่อ ก็อาจเพิ่มความกังวลให้กับนักลงทุนที่กำลังจับตาตัวเลขการไถ่ถอน 9.3% ของ HLEND อยู่แล้ว

  • การโยกเงินสู่สินทรัพย์ปลอดภัย และค่าเงินบาท หากตลาดมองว่าสถานการณ์ในตลาดสินเชื่อเอกชนของสหรัฐฯ อาจเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ นักลงทุนบางส่วนอาจโยกเงินไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย

โดยผลที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ค่าเงินบาทมีความผันผวนและมีโอกาสอ่อนค่า จากกระแสเงินทุนไหลกลับสู่ดอลลาร์สหรัฐ, พันธบัตรรัฐบาลไทยได้รับความต้องการเพิ่มขึ้น จากนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยง และเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอาจแบนราบลง (Yield Curve Flattening)

แม้เงินบาทอ่อนค่าจะเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออก เช่น อิเล็กทรอนิกส์และอาหาร แต่ในภาวะที่ตลาดมีความกังวลสูง แรงขายในภาพรวมมักมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยบวกจากค่าเงิน

  • ปัจจัยในประเทศที่อาจช่วยพยุงตลาด แม้บรรยากาศการลงทุนในตลาดโลกจะมีความผันผวน แต่ปัจจัยในประเทศบางส่วนยังอาจช่วยจำกัดแรงกดดันของตลาดหุ้นไทยได้

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงอาจเป็นแรงหนุนต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งมีน้ำหนักสูงในดัชนี SET

อีกทั้งตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วง XD (Ex-Dividend) ซึ่งหุ้นบางตัวอาจมีแรงซื้อเฉพาะตัวก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD ช่วยลดแรงกดดันจากภาวะตลาดโดยรวม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...