โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อุทาหรณ์! สาวใหญ่กลืน ‘ดีปลาดิบ’ หวังแก้ปวดหัว สุดท้ายตับวายเฉียบพลันหวิดดับคาห้องไอซียู

เดลินิวส์

อัพเดต 18 มกราคม 2569 เวลา 1.14 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
แพทย์ยกกรณีอุทาหรณ์เตือน ถุงน้ำดีของปลาหรือ ‘ดีปลา’ มีพิษร้ายแรงยิ่งกว่าสารหนู หากเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

เมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าวในจีนได้นำเสนอกรณีของผู้ป่วยหญิงที่เกือบเสียชีวิตเพราะกินดีปลาสดๆ เข้าไปตามความเชื่อพื้นบ้านว่าจะช่วยรักษาอาการปวดศีรษะได้

ผู้ป่วยหญิงวัย 50 ปีรายนี้แซ่หลิว มาจากมณฑลเจียงซู ของจีน เธอถูกนำตัวส่งห้องผู้ป่วยวิกฤตหลังจากที่กลืนดีปลาดิบเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลิวหลงเชื่อสูตรยาสมุนไพรพื้นบ้านที่อ้างว่า "ดีปลาดิบ" มีสรรพคุณช่วยดับพิษร้อน ขจัดสารพิษในร่างกาย และช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะแบบไมเกรนที่รบกวนเธอมานาน

เช้าวันที่ 14 ธันวาคมปีที่แล้ว หลิว จึงซื้อปลาเฉาน้ำหนัก 2.5 กิโลกรัมมาจากตลาด ก่อนจะผ่าและควักถุงน้ำดีของปลาหรือดีปลาออกมากลืนแบบสดๆ ที่บ้านของเธอ

เพียง 2 ชั่วโมงต่อมา หลิวเริ่มมีอาการอาเจียน ท้องเสีย และปวดท้องอย่างรุนแรง ครอบครัวจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเธอได้รับพิษจากดีปลาและมีภาวะตับวายเฉียบพลัน เธอถูกส่งตัวเข้าห้องผู้ป่วยวิกฤตทันทีเพื่อรับการรักษาด้วยการเปลี่ยนถ่ายพลาสมาและฟอกเลือดอย่างต่อเนื่องเพื่อขจัดสารพิษ จนกระทั่ง 5 วันต่อมาอาการจึงเริ่มดีขึ้นและได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้

โรงพยาบาลได้รายงานกรณีของหลิวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา นายแพทย์หู เจิ้นขุย ซึ่งเป็นแพทย์เจ้าของไข้ชี้ว่า ดีปลานั้นมีพิษร้ายแรงกว่าสารหนู (Arsenic) หากรับเข้าสู่ร่างกายแม้เพียงไม่กี่กรัมก็ทำให้เกิดอาการเป็นพิษได้ และหากมาจากปลาที่มีน้ำหนัก 5 กิโลกรัมขึ้นไป ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

นายแพทย์หูอธิบายว่า เนื่องจากสารพิษในดีปลาจะเข้าไปทำลายตับและไตโดยตรง จึงทำให้ร่างกายมีภาวะตับวายและไตวายเฉียบพลัน ในกรณีที่รุนแรง ผู้ป่วยอาจมีอาการช็อก เลือดออกในสมอง และเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ นายแพทย์หูยังเตือนอีกว่า หลายคนเชื่อว่าการนำดีปลาไปปรุงสุกหรือแช่เหล้าจะช่วยเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร แต่ความจริงแล้ววิธีเหล่านั้นไม่ได้ช่วยลดความเป็นพิษลงเลย พร้อมย้ำเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อวิธีการรักษาโรคหรือยาสมุนไพรพื้นบ้านที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

กรณีของหลิวไม่ใช่รายแรก ในมณฑลหูเป่ยเคยมีหญิงอีกรายที่ท้องเสียติดต่อกัน 3 วันหลังกินดีปลา ซ้ำยังเชื่อว่าอาการท้องเสียคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังขับพิษร้อนออกไป จนกระทั่งตับและไตถูกทำลายอย่างหนักจึงยอมมาพบแพทย์

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ในโลกโซเชียลของจีนอย่างหนัก โดยชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า "นี่ไม่ใช่การรักษาโรคแล้ว แต่เป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ" ขณะที่อีกหลายคนย้ำว่าควรเชื่อฟังคำแนะนำของแพทย์มากกว่าใช้สูตร “ยาผีบอก” ตามความเชื่อโบราณ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...