โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สาวตายแล้วฟื้น 32 วินาที เห็นนิมิตอนาคตโลก เตือนรับมือสงครามล้างเผ่าพันธุ์

Thaiger

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

สาวเปิดใจ ตายแล้วฟื้น 32 วินาที เผยภาพนิมิตเห็นอนาคตโลกพังทลาย เตือนมนุษยชาติเตรียมรับมือสงครามล้างเผ่าพันธุ์

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เรื่องราวชวนขนลุกของ แองเจลา แฮร์ริส (Angela Harris) หญิงสาวที่อ้างว่าได้สัมผัสชีวิตหลังความตาย หลังหัวใจหยุดเต้นไปนานกว่า 32 วินาที ก่อนจะฟื้นกลับมาพร้อมคำเตือนถึงชะตากรรมของมนุษยชาติที่เธอได้เห็นในนิมิต

ย้อนกลับไปในปี 2015 แฮร์ริสเข้ารับการตรวจทางการแพทย์ด้วยเตียงปรับระดับ เพื่อหาสาเหตุอาการวูบหมดสติ แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อเธอมีอาการชักและหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ

แม้เวลาจะผ่านไปเพียง 32 วินาที แต่เธอเล่าว่าได้สัมผัสประสบการณ์มากมาย เริ่มจากการได้พบญาติที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือ เธออ้างว่าถูกนำตัวไปยังดาวเคราะห์อื่นอีก 2 ดวงที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิต เห็นตัวเองใช้ชีวิตเป็นเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนบนดาวเหล่านั้น

แฮร์ริสขยายความถึงสิ่งที่เธอเห็นว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นที่คนบนโลกอาจนิยามว่าเป็น “เอเลี่ยน” แท้จริงแล้วเป็นเพียงดวงวิญญาณอีกดวงที่อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่น กำลังดำเนินชีวิตหรือทำกิจวัตรต่างๆ ในแบบเดียวกันกับที่เธอทำในฐานะมนุษย์บนโลก

แฮร์ริส ซึ่งปัจจุบันผันตัวมาเป็นโค้ชด้านจิตวิญญาณ ได้ทิ้งคำเตือนที่น่าหวาดหวั่นเกี่ยวกับอนาคตของโลก โดยระบุว่าเธอเห็นภาพอนาคตที่เกิดสงครามครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชากรโลกเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก และมนุษย์ที่เหลือรอดต้องกลับไปใช้ชีวิตในรูปแบบสังคมเมืองท้องถิ่นขนาดเล็ก (localized cities) โดยไม่ได้พึ่งพาเกษตรกรรมแบบเดิมอีกต่อไป

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ภาพนิมิตเรื่องสงครามล้างผลาญและการสูญเสียประชากรจำนวนมหาศาลที่แฮร์ริสกล่าวอ้างนั้น มีความคล้ายคลึงกับคำทำนายของ “บาบา วานก้า” หมอดูตาบอดชื่อก้องโลก ผู้เคยฝากคำพยากรณ์ถึงหายนะต่างๆ ไว้ในอดีต

เตือนรับมือสงครามล้างเผ่าพันธุ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...