โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พัทยาเตรียมเมืองแตก! Tomorrowlandมาแน่11-13 ธ.ค. ลงทะเบียนพรีเซล6แสนคน

Amarin TV

อัพเดต 42 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พัทยาเตรียมเมืองแตก!! Tomorrowland มาแน่ 11-13 ธ.ค. ยอดลงทะเบียนพรีเซลทะลุ 6 แสนคน

ประเทศไทยกำลังวางเดิมพันครั้งใหญ่กับ “เทศกาลดนตรีระดับโลก” เพื่อจุดกระแสเศรษฐกิจท่องเที่ยวในช่วง 5 ปีข้างหน้า หลังประกาศเตรียมเป็นเจ้าภาพจัด Tomorrowland เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเตรียมมาเปิดตัวในเอเชียเป็นครั้งแรกช่วงเดือนธันวาคมนี้ ภาครัฐประเมินว่าอานิสงส์จากงานอาจต่อยอดเป็นมูลค่า “ระดับพันล้านดอลลาร์” จากรายได้ท่องเที่ยวต่อเนื่อง ตั้งแต่ที่พัก การเดินทาง ไปจนถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องอีกจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความคึกคักของอีเวนต์ใหญ่ ไทยกำลังเผชิญโจทย์การแข่งขันด้านท่องเที่ยวที่เข้มข้นกว่าเดิม แม้ในอดีตไทยจะเป็นหนึ่งในจุดหมายอ้างอิงของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ระยะหลังความนิยมเริ่มแผ่วลง โดยค่าเงินบาทแข็งถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วน “ชะลอการตัดสินใจ” ขณะเดียวกันคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนามและมาเลเซียก็เร่งขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง

เพื่อดึงนักท่องเที่ยวกลับเข้ามา หน่วยงานท่องเที่ยวไทยจึงหันมาเร่งหา “รายได้ใหม่” ผ่านแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่ตั้งใจจับกำลังซื้อของคนรุ่น Gen Z ควบคู่กับการยกระดับแบรนด์ประเทศให้ชัดขึ้นในฐานะฮับด้านเวลเนสและไลฟ์สไตล์

Tomorrowland เดิมพันใหม่ของพัทยา

Tomorrowland ในไทยถูกวางกำหนดจัด 3 วัน ระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม ที่ Wisdom Valley ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บนพื้นที่ราว 225 เฮกตาร์ (ประมาณ 560 เอเคอร์) โดยภาครัฐหวังให้งานนี้เป็น “แม่เหล็ก” ดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่จำนวนมากเข้าสู่พัทยา เมืองท่องเที่ยวชายฝั่งที่คาดว่าจะเห็นนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในระดับ “วันละหลายหมื่นคน” ตลอดช่วงเทศกาล ทั้งกลุ่มที่ตั้งใจบินมาเพื่อร่วมงานโดยเฉพาะ และกลุ่มที่นำงานไปต่อยอดเป็นทริปท่องเที่ยวรอบพื้นที่

นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการ ททท. ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ระบุว่า Tomorrowland ถือเป็น “ก้าวสำคัญ” ต่อการพัฒนาภาคท่องเที่ยว และจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ไทยสู่การเป็น “ฮับเทศกาลระดับโลก” โดยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวให้ได้วันละ 50,000 คน

ททท. ประเมินว่าอีเวนต์ครั้งแรกอาจสร้างรายได้ราว 5.5 พันล้านบาท (ประมาณ 177 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และหากรวมผลต่อเนื่องจากการจองโรงแรม การเดินทาง และธุรกิจท่องเที่ยวเกี่ยวเนื่องตลอดสัญญา 5 ปี มูลค่ารวมอาจแตะเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การประเมินนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าไทยได้เปรียบด้านทำเลที่ถูกมองว่าอยู่ “ใจกลางเอเชีย” และมีระบบคมนาคมทางอากาศที่รองรับการเดินทางได้ดี ซึ่งถูกใช้เป็นฐานในการผลักดันให้ไทยวางตัวเป็น “ศูนย์กลางดนตรีระดับโลก” ผ่านการเป็นเจ้าภาพเทศกาลหลากแนว ตั้งแต่ฮิปฮอป เวิลด์มิวสิก ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์มิวสิก

ฝั่งผู้จัดงาน นายรชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้ง One Asia Ventures ซึ่งดูแลด้านโลจิสติกส์ภายในพื้นที่และงานก่อสร้างสำหรับอีเวนต์ขนาดใหญ่ ระบุว่า Tomorrowland “ได้สถานที่ที่ลงตัว” ทั้งในแง่การเดินทาง สถานที่จัดงาน และแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมชี้ว่างานระดับนี้ต้องใช้กำลังคนจำนวนมาก จึงเตรียมเปิดตำแหน่งให้คนท้องถิ่น 4,500 อัตราเพื่อขับเคลื่อนการจัดงานให้เกิดขึ้นจริง

นายรชตยังมองว่านี่เป็นโอกาสให้ไทยได้ “เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก” บนฐานประสบการณ์เดิมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่มีความพร้อม แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าการบริหารอีเวนต์สเกลใหญ่ให้ราบรื่นเป็นโจทย์ที่ท้าทายไม่น้อย

ส่งออกวัฒนธรรมเบลเยียม และเกมระยะยาวในไทย

ในระดับโลก อุตสาหกรรมธุรกิจเทศกาลดนตรีมีมูลค่ามากกว่า 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อ้างอิงข้อมูลจาก Business Research ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลตลาดและติดตามความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรม และในบรรดาเทศกาลจำนวนมาก Tomorrowland มักถูกยกให้เป็นหนึ่งใน “สินค้าส่งออกทางวัฒนธรรม” ของเบลเยียมที่โดดเด่นไม่แพ้เบียร์ หอยแมลงภู่ และสเมิร์ฟส์

เทศกาลนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 โดยพี่น้องชาวเบลเยียมสองคน ก่อนเติบโตแบบก้าวกระโดดจนขยายการจัดงานไปยังหลายประเทศ เช่น เบลเยียม ฝรั่งเศส และบราซิล และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์มิวสิกที่ใหญ่ที่สุดของโลก

กระแสความสนใจต่ออีเวนต์ในไทยเริ่มสะท้อนผ่านตัวเลขลงทะเบียนพรีเซลก่อนเปิดขายบัตรทั่วไป โดยมีรายงานว่า ณ วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 (หนึ่งวันก่อนเปิดขายบัตรจริง) มียอดลงทะเบียนพรีเซลราว 600,000-700,000 ราย สูงกว่าความจุที่รองรับได้วันละ 50,000 คนหลายเท่าตัว

ทั้งนี้ ความสนใจจากเอเชียในระยะเริ่มต้นนำโดยชาวไทยและชาวอินเดีย ขณะที่ บรูโน แวนเวลเซนาเออร์ส ซีอีโอ Tomorrowland ระบุว่า “วันเสาร์เราจะได้เห็นกันว่า ความสนใจนั้นจะสะท้อนออกมาเป็นยอดขายบัตรจริงหรือไม่”

ผู้จัดงานยังส่งสัญญาณชัดว่า Tomorrowland ในไทยไม่ได้มาแบบ “ครั้งเดียวจบ” แต่ตั้งใจปักหลักระยะยาว โดยแวนเวลเซนาเออร์สมองว่าคนรุ่นใหม่อายุราว 25-35 ปีพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่เป็น “ช่วงเวลาพิเศษ” และต้องการให้งานยังคง “เข้าถึงได้” เพื่อชวนให้ผู้ร่วมงานเข้ามาค้นพบเทศกาล กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ และกลับมาอีกในปีต่อ ๆ ไป

แรงเร่งจากภาครัฐยังสะท้อนผ่านการทำการตลาดเชิงรุก โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเดินหน้าโปรโมตการเดินทางเข้าไทยอย่างหนัก และเลือก “ลิซ่า มโนบาล” ศิลปินไทยสมาชิกวง Blackpink เป็นพรีเซ็นเตอร์แคมเปญโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขณะที่ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเพียง 2 เดือนแรกของปีนี้ ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 6 ล้านคน สร้างรายได้เกือบ 300,000 ล้านบาท ท่ามกลางความพยายามเร่งเปลี่ยนจังหวะการท่องเที่ยวให้กลับมา “เป็นขาขึ้น” อีกครั้ง ผ่านยุทธศาสตร์อีเวนต์และประสบการณ์ที่ตั้งใจเจาะตลาดคนรุ่นใหม่

ที่มา: SCMP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...