โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เส้นทางเดินป่าทั่วโลกกำลังพัง เหตุจากโลกร้อน–นักท่องเที่ยวล้น

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ “เส้นทางเดินป่า” หลายแห่งไม่ปลอดภัย จากหินถล่ม ดินถล่ม และสภาพอากาศสุดขั้ว ขณะเดียวกัน กระแสนิยมเดินป่าที่เพิ่มขึ้นสร้างแรงกดดันต่อระบบนิเวศ จนหลายพื้นที่ต้องเก็บค่าธรรมเนียม จำกัดคน หรือปิดเส้นทาง หลายประเทศเร่งใช้มาตรการควบคุมเพื่อปกป้องธรรมชาติและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในระยะยาว

“เส้นทางเดินป่า” ทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากสภาพอากาศสุดขั้ว ภาวะโลกร้อน และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงทำให้เส้นทางบางแห่งไม่ปลอดภัย แต่ยังสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ จนหลายประเทศต้องจำกัดการเข้าถึง เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม หรือปิดเส้นทางชั่วคราวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเดินป่ากลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวยอดนิยม โดยดึงดูดนักเดินทางที่ต้องการท่องเที่ยวแบบช้า ๆ สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น และหลีกหนีอุณหภูมิที่พุ่งสูงในฤดูร้อน ส่งผลให้มีการเปิดหรือปรับปรุงเส้นทางใหม่จำนวนมาก ตั้งแต่เส้นทางวงกลมที่ยาวที่สุดในโลกในโปรตุเกส ไปจนถึง “Path of Love” ในอิตาลี อย่างไรก็ตาม กระแสความนิยมนี้มีอีกด้านหนึ่ง ภาวะอากาศสุดขั้วและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้เส้นทางหลายแห่งไม่ปลอดภัย ขณะเดียวกัน จำนวนนักท่องเที่ยวที่มากเกินไปก็เร่งการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ส่งผลให้หลายเส้นทางต้องจำกัดผู้เข้าใช้ เพิ่มค่าธรรมเนียม หรือปิดให้บริการไปโดยสิ้นเชิง

ในยุโรป เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา เส้นทางเดินป่าหลายสิบแห่งในเทือกเขาแอลป์ถูกปิดชั่วคราว หลังเกิดเหตุหินถล่มอย่างอันตราย นักเดินป่าและนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ Cima Falkner ในเทือกเขาโดโลไมต์ทางตอนเหนือของอิตาลี โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของดินถล่มมีความเชื่อมโยงกับการละลายของชั้นดินเยือกแข็งถาวร (permafrost)

เพียโร คาร์เลซี ประธานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ของสมาคมอัลไพน์อิตาลี ระบุว่า ไม่เคยพบการเพิ่มขึ้นของหินถล่มในระดับนี้มาก่อน และย้ำว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศคือสาเหตุหลัก ขณะที่ในสวิตเซอร์แลนด์ เส้นทางเดินป่ามากกว่า 70 เส้นทางต้องปิดยาวไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง จากความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ เช่น ฤดูร้อนที่แห้งแล้ง ฝนตกหนัก อากาศร้อนจัด และฤดูหนาวที่หิมะลดลง

นอกจากความเสี่ยงจากธรรมชาติ การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นยังสร้างแรงกดดันต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง ต้นปีที่ผ่านมา อุทยานแห่งชาติเขารินจานี บนเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย ประกาศปิดเส้นทางเดินป่าทั้งหมดชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2026 เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน และเพื่อเปิดโอกาสให้ระบบนิเวศได้ฟื้นตัว

ในญี่ปุ่น รัฐบาลได้เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมการเดินขึ้นภูเขาไฟฟูจิ เพื่อลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเกิน ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยค่าธรรมเนียมสำหรับเส้นทางยอดนิยมเพิ่มขึ้นเป็น 4,000 เยน และมีการจำกัดจำนวนนักเดินป่าต่อวัน

ในยุโรป กระแส “coolcation” หรือการท่องเที่ยวหนีร้อน กำลังผลักดันนักท่องเที่ยวให้มุ่งสู่พื้นที่ภูเขา ส่งผลให้หลายจุดต้องออกมาตรการควบคุม เช่น เกาะมาเดราในโปรตุเกส ที่เก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ผู้อยู่อาศัย เพื่อนำเงินไปใช้ในการอนุรักษ์และบำรุงรักษาเส้นทาง

ขณะที่ในอิตาลี ความตึงเครียดระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะบนภูเขาเซเซดาในโดโลไมต์ ซึ่งกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม ชาวบ้านบางส่วนถึงขั้นตั้งประตูเก็บค่าผ่านทางชั่วคราวเพื่อประท้วงนักท่องเที่ยวที่ไม่เคารพพื้นที่ พร้อมระบุว่าเส้นทางถูกปล่อยทิ้งร้างและทุ่งหญ้าเต็มไปด้วยขยะ

เส้นทางเดินป่าทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแรงกดดันจากการท่องเที่ยวเกินขีดจำกัด หลายประเทศจึงต้องใช้มาตรการเข้มข้นเพื่อรักษาความปลอดภัยและฟื้นฟูธรรมชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...