อวสานกัลโช? ฟุตบอลอิตาลี กับความล้มเหลวครั้งใหญ่ในทุกมิติ
วงการฟุตบอลอิตาลีกำลังยืนอยู่บนขอบเหวของคำว่า "ความหายนะ" ครับ
เพราะตอนนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่มีสโมสรจากกัลโช เซเรีย อา หลงเหลืออยู่เลยในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2025-26
นับตั้งแต่มีการนำระบบรอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย กลับมาใช้ในแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2003-04 จะมีตัวแทนจาก อิตาลี อย่างน้อย 1 ทีม ในรอบนี้เสมอ ยิ่งกว่านั้น ในช่วง 22 ปีที่ผ่านมา มีถึง 12 ครั้ง ที่มีตัวแทนจากอิตาลีเข้ารอบถึง 3 ทีม
ความเป็นจริง อิตาลี มีทีมผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ทุกปีนับตั้งแต่ฤดูกาล 1987-88 ด้วย
ทว่าการตกรอบเพลย์ออฟแบบพลิกล็อกสุดๆ ของ อินเตอร์ มิลาน ต่อทีมอย่าง โบโด/กลิมท์ จากนอร์เวย์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หมายความว่า ทั้ง ยูเวนตุส และ อตาลันตา ต้องพลิกสถานการณ์จากความพ่ายแพ้ในนัดแรก กลับมาชนะให้ได้ เพื่อรักษาหน้าของกัลโช
ยูเวนตุส แพ้ กาลาตาซาราย ในเกมแรก 2-5 ก่อนจะกลับมาเตะนัดที่ 2 ที่ตูริน ในวันนี้ (พุธที่ 25 ก.พ. 69) ขณะที่ อตาลันตา ตามหลัง 0-2 ก่อนจะลงเล่นในบ้านเจอกัน ดอร์ตมุนด์ ในวันเดียวกัน
อินเตอร์ เป็นถึงรองแชมป์เก่า เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่กลับพ่ายแพ้ต่อ โบโด/กลิมท์ คาซาน ซิโร 1-2 หลังจากที่แพ้มาก่อน ในเกมแรก 1-3 ทำให้ตกรอบอย่างน่าอับอาย ด้วยประตูรวมถึง 2-5
นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ อินเตอร์ ตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยฝีเท้าของทีมที่ไม่ได้มาจาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรป
"นี่คือสัญญาณเตือนครั้งใหญ่สำหรับฟุตบอลอิตาลี" ดานิเอเล แวร์รี นักข่าวฟุตบอลแดนมะกะโรนี กล่าว
"ยูเวนตุส ต้องชนะ 4-0 และ อตาลันตา ต้องชนะ 3-0 หากทำไม่ได้ ทุกทีมจะตกรอบ มันจะเป็นความล้มเหลวอย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นหายนะสำหรับสโมสรของเรา"
"เมื่อคืนนี้ โรนัลโด (อดีตกองหน้าบราซิล) และ คริสเตียน วิเอรี (อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลี) ได้รับเชิญเป็นแขกที่ซาน ซิโร มันสะท้อนภาพสัญลักษณ์ระหว่างอดีตกับปัจจุบันได้ดี"
อินเตอร์ เซ็นสัญญาคว้าตัว โรนัลโด และ วิเอรี ด้วยค่าตัวสถิติโลก ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นยุคที่เซเรีย อา เป็นที่อิจฉาของวงการฟุตบอลโลก และเต็มไปด้วยดาวดังที่เก่งที่สุดของวงการ
จากนั้น เอซี มิลาน เอาชนะ ยูเวนตุส และคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2003 ก่อนแพ้จุดโทษต่อ ลิเวอร์พูล ในนัดชิงชนะเลิศที่เป็นตำนาน ในปี 2005 แต่ก็กลับมาล้างตาเอาชนะ "หงส์แดง" คว้าแชมป์ยุโรป ได้อีกครั้งในปี 2007
แม้ว่าทีมจากอิตาลี จะคว้าแชมป์บอลยุโรปอย่าง อตาลันตา ที่ได้แชมป์ยูโรปา ลีก ในปี 2024, โรมา ได้แชมป์คอนเฟอเรนซ์ ลีก ปี 2021 แต่ทีมสุดท้ายของพวกเขาที่ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก คือ อินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2010 ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ มูรินโญ
การตกรอบของ อินเตอร์ เกิดขึ้น ในขณะที่พวกเขานำโด่งเป็นจ่าฝูงกัลโช โดยทิ้งห่าง เอซี มิลาน ถึง 10 คะแนน และนำแชมป์เก่าอย่าง นาโปลี ถึง 14 คะแนน ขณะที่ นาโปลี เองก็ล้มเหลวตั้งแต่รอบลีกเฟสของแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยซ้ำ
"นี่คือประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของเรา" วินเชนโซ เครเดนดิโน นักข่าวอีกรายกล่าว
"หากพูดถึงอิตาลีและอินเตอร์ นี่คือหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ย่ำแย่ที่สุด อินเตอร์ คือทีมที่ดีที่สุดในอิตาลี ตอนนี้ แต่บางทีอาจถึงเวลาที่ต้องคิดถึงอนาคตในอีก 10 หรือ 15 ปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่ปีสองปี"
"ในแง่นั้นเราจะเห็นได้ว่าโดยรวมแล้วฟุตบอลอิตาลีไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับลีกชั้นนำของยุโรป"
นอกจากสโมสรแล้ว ทีมชาติอิตาลี ก็ต้องดิ้นรนเช่นกัน เมื่อพวกเขายังต้องเล่นรอบเพลย์ออฟ ฟุตบอลโลก 2026 ในเดือนมีนาคมนี้
ซึ่งถ้าหากทำไม่ได้อีก ทีมอัซซูรี จะพลาดไปเล่นฟุตบอลโลกถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ทั้งๆ ที่พวกเขาเคยได้แชมป์ ครั้งล่าสุดในปี 2006
จูเลียน ลอเรนส์ ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลยุโรปกล่าวผ่าน BBC Radio 5 Live ว่า "มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับฟุตบอลอิตาลีและเรื่องนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว"
"อินเตอร์ คือทีมที่ดีที่สุดของอิตาลีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึง นาโปลี แต่พวกเขาก็ยังไปไม่ถึงไหนเลย มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากสำหรับฟุตบอลอิตาลีตอนนี้"
ความจริงแล้ว ในรอบลีกเฟส อินเตอร์ ทำผลงานใช้ได้ทีเดียว โดยชนะ 5 จาก 8 นัด จบในอันดับที่ 10 ขณะที่ ยูเวนตุส จบอันดับที่ 13 และ อตาลันตา จบอันดับ 15
ปัญหาคือในรอบเพลย์ออฟ แม้พวกเขาจะเจอทีมชื่อชั้นต่ำกว่า แต่เมื่อเจอสไตล์การเล่นที่ดุดัน และเข้มข้นกว่า ทุกทีมกลับถึงกับไปไม่เป็น
"เรื่องนี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับฟุตบอลอิตาลีน่ะหรือ? มันบอกว่าบางอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไงล่ะ" แวร์รี กล่าวเสริม
"มาตรฐานของฟุตบอลอิตาลีย่ำแย่ลง มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เราเล่นฟุตบอลที่ช้ามาก คุณไปถามผู้จัดการทีมคนไหนก็ได้ในอิตาลี พวกเขาจะตอบเหมือนกันหมด"
"ผมคุยกับ เคลาดิโอ รานิเอรี เขาบอกว่า ตอนผมอยู่ที่อังกฤษกับ เลสเตอร์ พวกเขาไม่ได้ซ้อมมากกว่าในอิตาลี เลย แต่พวกเขาซ้อมด้วยความเข้มข้นที่ต่างกัน และรักษาความเข้มข้นนั้นไว้ตลอดเกม เราเล่นช้ามาก ในยุโรป ทุกทีมจึงลำบาก"
อินเตอร์ มีขุมกำลังนักเตะที่ถูกสร้างขึ้นด้วยงบประมาณมหาศาล และได้ค่าเหนื่อยสูงกว่า โบโด/กลิมท์ มาก และ โบโด ก็ส่งนักเตะนอร์เวย์ ลงสนามถึง 9 คนใน 11 ตัวจริงที่ซาน ซิโร
แต่ แวร์รี มองว่าสโมสรของอิตาลี กำลังสูญเสียนักเตะที่ดีที่สุดไปให้ต่างแดน
ตัวอย่างเช่น มาเตโอ เรเตกี ดาวซัลโวเซเรีย อา ฤดูกาลล่าสุด ที่ย้ายไปร่วมทีม อัล-กอดิซิยาห์ ในซาอุดีอาระเบีย หรือ อดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง อเดโมลา ลุคแมน ที่ไป แอตเลติโก มาดริด และ ทิยานี ไรน์เดอร์ส ที่ย้ายจาก เอซี มิลาน ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี
แม้ว่าขุมกำลังส่วนใหญ่ของทีมชาติอิตาลี จะยังคงเล่นในประเทศ แต่ดาวดังที่สุดอย่าง จานลุยจิ ดอนนารุมมา, ริคคาร์โด คาลาฟิโอรี, ซานโดร โตนาลี หรือ เรเตกี ต่างก็ไปค้าแข้งในต่างแดน
ยิ่งกว่านั้น ลอเรนส์ ยังระบุว่าสโมสรในเซเรีย อา ไม่สามารถสร้างเยาวชนที่เก่งพอได้อีกต่อไป
"สปอร์ติง ลิสบอน, คลับ บรูช และโบโด/กลิมท์ มีความคล้ายคลึงกันในฤดูกาลนี้ คือมีแมวมองที่ยอดเยี่ยมและอคาเดมีที่มีประสิทธิภาพ"
"แต่อคาเดมีในอิตาลีผลิตนักเตะออกมาไม่เพียงพอ และนักเตะที่มีอยู่ก็ไม่พร้อมสำหรับทีมชุดใหญ่ วิธีการที่พวกเขาใช้จ่ายเงินก็ไม่ใช่แบบที่สโมสรอิตาลีเคยเป็น"
"นี่จึงไม่ใช่แค่ปัญหาในวันนี้ แต่เป็นปัญหาที่น่าห่วงในอีกหลายปีด้วย".