เช็กบิล “คนป่วน”
ใกล้ที่จะเริ่มเห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่เข้าไปทุกที หลัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง สส.ชุดใหม่ ทั้งแบบแบ่งเขต และ บัญชีรายชื่อ หลังนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. นัดประชุม กกต. โดยมีวาระพิจารณาสำคัญ มีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้ง 396 เขตเลือกตั้งตามที่สำนักงานเสนอ หลังได้รับรายงานผลการตรวจสอบและรับฟังรายงานจากผู้ตรวจการเลือกตั้งแล้วว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งการประกาศรับรองผลดังกล่าวไม่ตัดอำนาจ กกต.ในการสืบสวนสอบสวนเรื่องร้องเรียน และ ร้องทุจริตในภายหลัง
แต่ที่น่าสนใจคือ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.เลือกตั้งประจำ กทม. ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กับกลุ่มบุคคลจากกรณีเหตุการณ์ความวุ่นวายระหว่างการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยนายครรชิต เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบพบพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่กระทำกันเป็นขบวนการ โดยเข้าไปถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง
ถ่ายภาพคิวอาร์โค้ด พยายามถอดรหัสเพื่อพิสูจน์ผลการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการกระทำ ที่เกินขอบเขตของกฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความไม่เชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ กกต. สำหรับหลักฐานที่นำมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนประกอบด้วยหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่บันทึกภาพไว้เอง และการรวบรวมข้อมูลจากสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยในเบื้องต้นจะดำเนินคดีกับกลุ่มภาคประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าวประมาณ 4-5 คน และจะมีการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อนำข้อมูลมามอบให้พนักงานสอบสวนในภายหลัง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการปิดกั้น การตรวจสอบความโปร่งใสของภาคประชาชน หรือไม่ นายครรชิต ระบุว่า การตรวจสอบ หากอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด ก็สามารถกระทำได้ แต่พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ถือว่าอยู่นอกกรอบ และล่วงละเมิดกฎหมาย ทาง กกต.จึงมีความเห็นให้มาร้องทุกข์ในหลายข้อหา โดยมีข้อหาหลักคือ การขัดขวางการปฏิบัติงานตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง รวมถึงจะมีการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญาควบคู่ไปด้วย
นายครรชิต ยังย้ำด้วยว่า หากตรวจสอบพบว่ามีบุคคลอื่น มีการโพสต์หรือเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในสื่อโซเชียลมีเดีย จนสร้างความเสียหาย จะดำเนินคดีทั้งหมด โดยเบื้องต้นจะเน้นไปที่เหตุการณ์ในพื้นที่เขตคันนายาวก่อน แต่หากพบว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นอีก ก็พร้อมจะ ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ถือเป็นการดำเนินการเชิงรุกครั้งสำคัญของ กกต. เพื่อตรวจสอบคนบางกลุ่ม ที่อาจใช้วิธีการเกินเลยในการตรวจสอบ โดยเข้าไปถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ถ่ายภาพคิวอาร์โค้ด พยายามถอดรหัสเพื่อพิสูจน์ผลการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการกระทำ ที่เกินขอบเขตของกฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความไม่เชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กกต. ต้องรอดูกระบวนการเหล่านี้ มีคนคอยบงการหรือไม่
ขณะที่ เวลา 10.00 น. นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย เดินทางไปยื่นฟ้อง กกต.กับพวก ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในการจัดการเลือกตั้ง 2569 ที่ผ่านมา
ส่วนความคืบหน้า ในการจัดตั้งรัฐบาล ที่มีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นแกนนำนั้น ยังเดินหน้ารวมเสียงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเตรียมเปิดตัว พรรคร่วมรัฐบาล ที่จะสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. เป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จำนวน 5 เสียง นำโดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รักษาการหัวหน้าพรรค และพรรคโอกาสใหม่ จำนวน 1 เสียง นำโดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค สำหรับเสียงของรัฐบาลในขณะนี้อย่างเป็นทางการ รวบรวมได้แล้ว 292 เสียง แบ่งเป็น พรรคภท. 192 เสียง พรรคเพื่อไทย (พท.) 75 เสียง พรรคประชาชาติ (ปช.) 5 เสียง พรรค พปชร. 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 2 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง พรรคโอกาสใหม่ 1 เสียง
นอกจากนี้ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง กล่าวว่า พรรคไทรวมพลัง มี สส. 6 คน พร้อมสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนโยบายตรงกัน โดยเฉพาะเรื่องปัญหาชายแดน เบื้องต้น ได้มีการพูดคุยกัน แต่ยังไม่มีการเชิญอย่างเป็นทางการ เนื่องจากให้เกียรติพรรคอันดับ 1 ในการรวบรวมเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคไทรวมพลังมีแค่ 6 เสียง ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีโควตาพรรคขึ้นอยู่กับพรรค ภท.
ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของพรรคไทรวมพลัง ที่มี สส.จำนวน 6 คน หากได้เข้าร่วมรัฐบาล อาจได้รับโควตาตำแหน่ง รมช.กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง 1 ตำแหน่ง ซึ่งคาดว่าจะเป็น นายสมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ประธานที่ปรึกษาพรรคไทรวมพลัง อดีต สว. จ.นครราชสีมา
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ พรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งถูกจับตามองว่าจะมีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) กล้าธรรม (กธ.) และว่าที่ สส.นราธิวาส เขต 2 เดินทางเข้ากระทรวงเกษตรฯ โดยนายอามินทร์ กล่าวว่า กำลังติดต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกธ.อยู่ ซึ่งก็เดินทางมารอ ทั้งนี้ พรรค กธ. ได้เตรียมข้อมูลเพื่อเตรียมรายงานตัวสส.ชุดที่ 27 แล้ว ส่วนจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลนั้น ก็แล้วแต่พรรค แต่พร้อมทำงานทุกอย่าง
สำหรับความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส ภายหลังเดินทางกลับจากพักผ่อนที่ประเทศฟินแลนด์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดย ร.อ.ธรรมนัส ยังเก็บตัวเงียบ ไม่มีการแจ้งหมายวาระงานต่อทีมงานแม้แต่คนเดียว และไม่ได้เดินทางเข้ากระทรวงเกษตรฯ ตามที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรค กธ. บรรดาแกนนำพรรค และว่าที่สส.ของพรรค กำลังรอสัญญาณจาก ร.อ.ธรรมนัส ว่า จะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าหาก พรรค กธ.ไม่ได้ร่วมรัฐบาล ก็อาจจะมี สส.พรรค กธ. ที่โหวตสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ โดยขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณการติดต่อทาบทาม ร่วมรัฐบาลจากพรรค ภท.แต่อย่างใด
ดูท่าที กก.บห. พรรค กธ. แล้ว คงเหมือน จะทำใจแล้วว่า หนทางที่จะต้อง ไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านสูง หลังจากมาถึงวันนี้ ยังไม่มีโอกาสไปแถลงข่าว จัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ "ภท." คงต้องรอดูว่า ผู้กองคนดังจะเดินเกมอย่างไร เพื่อให้ได้ยังอยู่ในอำนาจรัฐ
ทีมข่าวการเมือง