24ก.พ.นัดแบ่งเค้ก อนุทินลั่นยังไม่ปิดดีลร่วมรัฐบาล/ปรีดีปัดนั่งรมว.พลังงาน
"อนุทิน" พลิ้ว ยังไม่เปิดดีล จะปิดดีลตั้งรัฐบาลได้อย่างไร ย้ำรอสถานการณ์มีความชัดเจน โป้งเดียวจอด แย้มไม่ปิดกั้น ปชป. บอกปฏิกิริยา กธ.ก็ไม่มีอะไรคุยกับหัวหน้าพรรคแล้ว ลั่นชนะอันดับหนึ่ง 193 เสียง ทำให้กล้าตัดสินใจเพื่อประโยชน์ ปชช. เรื่องพวกพ้องอยู่ลำดับท้าย “ยศชนัน” สนใจนั่งคุม อว. จ่อถก ภท.จัดสรรเก้าอี้ 24 ก.พ. “ปรีดี” ปฏิเสธข่าวนั่ง รมว.พลังงาน "หัวหน้าเท้ง" เปิดรับ กธ.-ปชป.ร่วมทีมฝ่ายค้าน เชื่อพรรคเขียวมี "ข้อมูลวงใน" เยอะ ทำให้ตรวจสอบ รบ.เข้มข้นขึ้น ถอดบทเรียนเลือกตั้ง โวชนะทางความคิด-แพ้พื้นที่ ชูตั้ง "อาสาส้ม" ทำเครือข่ายสู้ระบบอุปถัมภ์ ส่วน "สส.สอบตก" มีกรรมาธิการ-งานพรรค ให้งานทำต่อ
ที่ จ.เพชรบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์เมื่อคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายหลังมีกระแสข่าวว่าการจัดตั้งรัฐบาลปิดดีลรวบรวมเสียงได้ 300 เสียงแล้วว่า ดีลยังไม่ได้เปิดเลย จะปิดดีลได้อย่างไร
เมื่อถามว่า สถานการณ์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้รอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างชัดเจนก่อน เมื่อถามอีกว่าหากมีความชัดเจนจาก กกต.แล้วจะประกาศว่ามีพรรคการเมืองใดร่วมรัฐบาลด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นไปตามกลไกลำดับขั้นตอน ไม่ทราบว่าพรรคการเมืองอื่นจะคิดอย่างไร แต่พรรคภูมิใจไทยต้องการทำอะไรที่มีความชัดเจน และการพูดคุยต้องรอให้สถานการณ์อยู่ตัวและนิ่งเสียก่อน
“ผู้สื่อข่าวอย่าลืมว่าพวกผมทำการเมืองมา 20-30 ปี และผ่านการเลือกตั้งมาตั้งแต่เรามีรัฐธรรมนูญปี 2560 นี่ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 3 เราก็รู้ว่ากว่า กกต.จะสามารถรับรองผลการเลือกตั้งไม่เคยเร็วกว่า 1 เดือน ซึ่งกฎหมายให้ไว้มากถึง 2 เดือน ฉะนั้นเราจะไปชิงออกตัวหรือทำอะไรก่อนที่จะมีการรับรอง สส.อย่างเป็นทางการ ถามว่าถ้าทำไปแล้วก็พูดได้ไม่เต็มปาก ขอให้มีความชัดเจนก่อน จะได้พูดอะไรที่มันเร็วเลย โป้งเดียวจอดเลย” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ว่ามีข้อเสนอให้โหวตนายกรัฐมนตรีก่อนแบ่งกระทรวง นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้เมื่อยังไม่ทราบผลการรับรองอย่างเป็นทางการ พรรคการเมืองหรือใครที่พูดคุยกันไว้ที่ได้ติดต่อกันมา ก็ตกลงกันว่าขอให้โหวตนายกรัฐมนตรีก่อนโหวตประธานรัฐสภาก่อน
เมื่อถามย้ำว่า มีบางพรรคการเมืองที่รอให้ ภท.ติดต่อเข้าร่วมรัฐบาล แต่ไม่ได้รับการติดต่อแล้วออกอาการฟาดงวงฟาดงาผ่านวาจา นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้เราอ่านความในใจของคนที่เราจะไปประสานเรื่องต่างๆ ด้วย ตอนนี้ขอปล่อยให้นิ่งๆ ไปก่อนดีกว่า ระฆังยังไม่นับหนึ่งเลยตอนนี้ พรุ่งนี้ก็อีก ทั้งพรุ่งนี้ก็ทราบว่ายังมีการนับคะแนนใหม่และเลือกตั้งใหม่บางเขต หากจะไปทำก่อน กกต. ตนก็มีความเกรงใจและให้เกียรติ
เมื่อถามอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อยู่ในคิวที่จะเจรจาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ปิดกั้นอะไร จนกว่าจะรับทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในเวลาตามกฎหมาย เมื่อ กกต.รับรองมีความชัดเจนแล้วก็จะไม่นาน ประชาชนไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น วันนี้ยังมีรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินตามปกติ
พวกพ้องอยู่ลำดับท้าย
"ยิ่งผลการเลือกตั้งที่ออกมาก็ทำให้เห็นชัดเจนว่าผู้ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสามารถครองเสียงได้ระดับหนึ่ง และความมั่นใจก็มี เช่น การที่จะทำอะไรแล้วเกิดประโยชน์กับประชาชน ซึ่งเราเห็นความไว้ใจของประชาชนต่อเราขนาดนี้ เราก็กล้าที่จะตัดสินใจมากขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและบ้านเมืองเท่านั้น เรื่องที่เป็นส่วนตัว พวกพ้องอยู่ลำดับท้ายๆ เช่นเดิม"
ผู้สื่อข่าวถามถึงปฏิกิริยาของพรรคกล้าธรรม (กธ.) ในขณะนี้เป็นอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีอะไร วันนั้นก็พูดคุยกับหัวหน้าพรรคกล้าธรรมที่จังหวัดสงขลาแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ถึงความคืบหน้าการจัดสรรเก้าอี้ ครม.ที่ได้รับโควตาจาก ภท.ทั้งหมด 8 เก้าอี้ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 4 เก้าอี้ และรัฐมนตรีช่วย 4 เก้าอี้ เบื้องต้น พท. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พท. ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขึ้นอยู่กับนายยศชนันจะตัดสินใจรับตำแหน่งหรือไม่ ล่าสุดมีรายงานว่านายยศชนันให้ความสนใจจะรับตำแหน่งดังกล่าว เพราะมองว่าสามารถเข้าไปขับเคลื่อนงานในกระทรวงได้ เนื่องจากมีประสบการณ์ด้านการศึกษาในมหาวิทยาลัย โดยในวันที่ 24 ก.พ.นี้ ภท.และ พท.จะหารือกันเรื่องการจัดสรรเก้าอี้ ครม.กันอีกครั้ง
ด้านนายปรีดี ดาวฉาย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวและการคาดการณ์จากสื่อบางส่วนว่าตนอาจได้รับการทาบทามให้เข้าดำรงตำแหน่ง รมว.พลังงาน ว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันไม่มีบุคคลหรือฝ่ายใดติดต่อ ปรึกษาหารือ หรือทาบทามตนให้ไปรับตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองทั้งสิ้น และแม้ตนจะเคยมีประสบการณ์ทำหน้าที่รัฐมนตรีมาก่อน แต่ในเวลานี้ไม่ได้มีความประสงค์จะเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง หรือไปช่วยงานพรรคการเมืองใด ตนได้ประเมินบทบาทของตนเองอย่างรอบคอบแล้ว เห็นว่าความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมา เหมาะสมกับการทำงานในภาคเอกชนมากกว่า “ผมขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่นที่มีต่อผม แต่ขอยืนยันอีกครั้งว่า ข่าวเรื่องการเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ไม่เป็นความจริง” นายปรีดีกล่าว
ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกระแสข่าวปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 300 เสียง โดยที่ไม่มี กธ.และ ปชป.ว่า คิดว่ามีความเป็นไปได้ และตนไม่ได้ติดขัดอะไร คนที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลก็มาทำหน้าที่ตรวจสอบร่วมกัน
'พรรคส้ม' อ้าแขนรับ กธ.-ปชป.
ส่วนมองว่าสูตรจัดตั้งรัฐบาลนั้นเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนตัวของนายกฯ ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องรอดูการทำหน้าที่ของรัฐบาล และให้ประชาชนช่วยกันตัดสินดีกว่า หากการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ และหน้าตารัฐบาลที่ออกมาสามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้อย่างแท้จริงหรือไม่
เมื่อถามว่า มี กธ.มาเป็นพรรคฝ่ายค้าน จะทำให้ ปชน.ทำงานลำบากขึ้นหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าเป็นอุปสรรคอะไร เพราะในฝ่ายค้านมีกลไกของวิปทำงานอยู่แล้ว ถ้า กธ.ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา ก็อาจจะมีข้อมูลวงในที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบรัฐบาลได้ดียิ่งขึ้นด้วยซ้ำ ตนคงไปตอบแทนไม่ได้ บอกได้แค่ กธ.และ ปชป. หรือทุกพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาที่สุด
เมื่อถามต่อว่า หาก กธ.หรือ ปชป.มีข้อมูลการตรวจสอบมากกว่า บทบาทการทำงานของ ปชน.จะไม่ถูกกลบไปใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การทำงานของเราตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จนมาเป็น ปชน. เรามีความโดดเด่นในเรื่องการเตรียมข้อมูล อภิปรายไม่ไว้วางใจ และการพิจารณามากที่สุด คนที่จะเข้ามาร่วมกันตรวจสอบ หากช่วยกันได้ดีก็จะไม่ทำให้ภาพของ ปชน.ดรอปลงแต่อย่างใด ยิ่งดีเสียอีกที่ทำให้ประชาชนมีฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาลได้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
ส่วนการที่แดงกับน้ำเงินมาจับมือกัน กังวลหรือไม่ว่าคดีเขากระโดงและคดีฮั้ว สว.จะหายไป นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในบริบทการเมืองปัจจุบันเชื่อว่าการผลักดันคดีต่างๆ เหล่านี้ให้เดินหน้า ก็น่าจะต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการกดดัน เพราะจะไปหวังพึ่งรัฐบาลในการพยายามทำให้คดีเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมาคงไม่ได้
"การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่เข้มแข็งอาจจะไม่ได้อยู่ที่เสียงอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาในระบบรัฐสภา การโหวตการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกือบทุกครั้ง น้อยครั้งมากที่ผลโหวตในสภาจะคว่ำรัฐบาลได้จริง แต่ที่จริงแล้วอยู่ที่เรื่องการนำเสนอข้อมูล การอภิปรายในสภา และการแถลงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนมากกว่า เชื่อว่า ปชน.ยังคงรักษามาตรฐาน และจะทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม" นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสัมมนาใหญ่ ปชน.ว่า เป็นการมาถอดบทเรียนร่วมกันว่าผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเท่าที่เราจะสามารถลงรายละเอียดได้ เพื่อสะท้อนสิ่งที่ทำให้เรายังไม่สามารถชนะเลือกตั้งได้ และสิ่งหนึ่งที่คิดว่าเราเห็นตรงกันคือ ปชน.ต้องทำงานในพื้นที่ให้เข้มข้นมากขึ้น และเราก็เตรียมความพร้อมที่จะจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัคร หรือ "อสส." ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วทั้งประเทศ เพื่อที่เราจะสามารถให้เครือข่าย อสส.เหล่านี้เป็นหูเป็นตาให้ประชาชน ทั้งในเรื่องของการสะท้อนปัญหาในพื้นที่ให้กับผู้สมัครของพรรค เพื่อให้พรรคสามารถที่จะผลักดันการแก้ปัญหาในพื้นที่ ในเรื่องของการเป็นแหล่งข่าว
ตั้งเครือข่ายสู้ระบบอุปถัมภ์
"รวมทั้งการจัดกิจกรรมในพื้นที่ ประเพณีต่างๆ เพื่อให้ผู้สมัครของพรรคมีความใกล้ชิดกับพื้นที่ รวมถึงการส่งข่าวการทุจริตคอร์รัปชันในพื้นที่ เพราะอย่าลืมว่าในหลายพื้นที่ที่เราได้ยินมาในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ทราบข่าวมาว่าอาจจะมีในเรื่องของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ในครั้งนี้อาจมีข้อสงสัยที่เพิ่มมากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะดำเนินการจับกุมได้ไม่ดีเท่าที่ควร เราจึงเตรียมพร้อมที่จะส่งอาสาสมัครเหล่านี้ไปเป็นหูเป็นตาให้พวกเรา"
เมื่อถามถึงการวางบทบาทให้กับคนที่สอบไม่ได้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ผู้สมัครส่วนหนึ่งที่อาจไม่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ ทุกคนยังมีกำลังใจเต็มเปี่ยม และพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานต่อกับพรรค สิ่งที่เราวางแผนร่วมกันคือการที่จะเร่งเคาะผู้สมัครให้เร็วที่สุด เพื่อให้แต่ละคนมีเวลาทำพื้นที่ให้ได้มากที่สุด และการที่เราพอจะมีกลไกหรือตำแหน่งในสภา เราก็จะให้ผู้สมัครของเรามีที่ทางในการทำงานให้กับประชาชน
เมื่อถามถึงการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคในการประชุมใหญ่ช่วงเดือน มี.ค. มีการพูดถึงในเวทีสัมมนาหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มีการหารือกัน แต่อยากยืนยันว่าหลักความบริสุทธิ์ของเราและเพื่อนๆ ที่อยู่ในข่าย 44 สส. ไม่ควรมีใครที่จะถูกดำเนินคดีในเรื่องของการที่เราเสนอแก้ไขกฎหมาย แต่เพื่อการบริหารความเสี่ยงทั้งหมด เราก็มีการหารือกันว่าหากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง ขณะที่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคซึ่งผูกพันกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ก็อยู่ที่ที่ประชุมของพรรคว่าจะเลือกใครขึ้นมา
เมื่อถามต่อว่า เตรียมการต่อสู้เรื่องคดีไว้อย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ทีมกฎหมายของพรรคได้ยื่นคำร้องกับว่าที่ สส.ทั้ง 10 คน คือบัญชีรายชื่อ 8 คน และเขต 2 คน ในการยื่นคำร้องให้กับศาลฎีกาเพื่อให้ศาลไม่มีคำสั่งให้เราหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องรอฟังคำตอบจากศาลฎีกาอีกครั้งว่าจะมีคำสั่งอย่างไร แต่ไม่ได้กังวล เรามีการวางตัวบุคลากรที่มีความพร้อมจะขึ้นมาทำหน้าที่แทนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า เท่าที่ถอดบทเรียน สาเหตุที่ไม่ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นเพราะอะไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เราเห็นได้คือการทำงานทางความคิด เราวางยุทธศาสตร์ในการทำงานตั้งแต่ต้นว่า ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากการทำงานทางความคิดก่อน ไม่ใช่สิ่งที่ผิดพลาด และคิดว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าสิ่งที่เราคิดกันมาในอดีต แต่สิ่งที่เราพ่ายแพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้ คือการทํางานพื้นที่ ที่อาจตั้งรับไม่ดีพอ และทํางานเชิงรุกมากไม่เพียงพอในอดีต เมื่อถอดบทเรียนออกมา เราจึงเตรียมพร้อมจัดตั้งเครือข่าย เมื่อฝั่งเขามีเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ ฝั่งเราก็พร้อมที่จะมีเครือข่ายอาสาประชาชน
ส่วนจําเป็นต้องดึงบ้านใหญ่เข้ามาหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ว่าจะนิยามคําพูดว่าบ้านใหญ่หรือเครือข่ายระบบอุปถัมภ์อย่างไร แต่สิ่งที่พวกเราดูถูกไม่ได้หรือบอกว่าผิดไม่ได้เลย คือการที่ประชาชนออกไปตัดสินใจโหวตให้กับใครคนใดคนหนึ่งในพื้นที่ เพราะปัญหาของประชาชนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นโจทย์ของพรรคในการไปสู้กับโจทย์การเมืองบ้านใหญ่ คือการสร้างเครือข่ายของเราให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ทําให้เขาหลุดโซ่ตรวนที่ต้องให้เขาอยู่ในกลุ่มระบบเครือข่ายเดิมๆ.