เซ็นทรัลพัฒนา ทำนิวไฮทั้งรายได้-กำไร 3 ปีโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินการบัญชี และกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงาน บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเผยว่า “ผลประกอบการใน ปี 2568 ของบริษัทฯ เติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งศูนย์การค้า โครงการที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ โดยบริษัทฯ ได้รายงานงบการเงินปี 2568 มีรายได้รวมที่ 53,009 ล้านบาท กำไรสุทธิ 18,841 ล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อนหน้า สร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น พร้อมประกาศจ่ายปันผลสูงสุดหุ้นละ 2.40 บาทต่อหุ้น* หรือคิดเป็นอัตราส่วนการจ่ายปันผลที่ 57% โดยบริษัทฯ มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง และยังคงเดินหน้าลงทุนตามแผนเพื่อสร้างการเติบโตและผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น ภายใต้วินัยทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณค่าให้กับ Stakeholders ทุกฝ่าย”(*ตัวเลขเพื่อนำเสนอและรอการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น)
เติบโต New High ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ขับเคลื่อนโดย Retail-Led Mixed-Use Development
- Retail หัวใจสำคัญและความเชี่ยวชาญหลัก ได้รับการยอมรับเป็นผู้นำอันดับ 1 ในวงการค้าปลีก ด้วยประสบการณ์กว่า 45 ปี สร้าง Impact ด้วยปรากฏการณ์ระดับโลกในทุกมิติ ทั้งการรวบรวมพันธมิตรชั้นนำมากกว่า 18,000 ร้านค้า โดยกว่า 80% ของแบรนด์ระดับโลก ที่ขยายตลาดครั้งแรกในไทย เลือกเปิดสาขา First Time in Thailand กับเซ็นทรัลพัฒนา และสามารถสร้างยอดขายในระดับ Top Rank ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเปิดศูนย์การค้าใหม่ 2แห่งในปีนี้ ได้แก่ “เซ็นทรัล พาร์ค” ซึ่งสามารถดึงดูดทราฟฟิกสูงถึง 70,000คนต่อวันในวันทำงาน และพุ่งสูงแตะ 100,000 คนในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขณะที่ “เซ็นทรัล กระบี่” ท็อปฟอร์มระดับประเทศ ต้อนรับนายกรัฐมนตรีร่วมพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ กวาดทราฟฟิกเฉพาะวันแรกถึง 40,000 คน ด้านโครงการ Transformation ทั้ง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตกระแสตอบรับถล่มทลาย ตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าบนทำเลศักยภาพสูงของไทย และสร้างสถิติจำนวนผู้มาใช้บริการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศกว่า650 ล้านครั้งต่อปี พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือนสูงถึง 70 ล้านครั้งต่อปี
นอกจากนี้ ยังสร้างทราฟฟิกต่อเนื่อง ย้ำ No.1 Festive Destination โดยเฉพาะโค้งสุดท้ายของปีอย่างแคมเปญยิ่งใหญ่ระดับโลกกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Walt Disney และงานCountdown ระดับโลก Times Square of Asia และทุกเทศกาลที่จัดขึ้นทั่วประเทศ กลายเป็น proof point สำคัญที่สะท้อนศักยภาพของการเป็น Destination ในทุกมิติ รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ดึงดูดทราฟฟิกมหาศาล ส่งผลให้ทราฟฟิกทั้งพอร์ตและยอดขายร้านค้าเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ธุรกิจอื่นๆ ใน Ecosystem เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจศูนย์การค้า ประกอบด้วย ธุรกิจที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงาน, โรงแรม:
- Residence เติบโต: ที่อยู่อาศัยติดศูนย์การค้าเซ็นทรัลได้รับความนิยมสูง ยอดขายคอนโดมิเนียม Escent นครสวรรค์ กว่า 80% และนครปฐม กว่า95%
- Office ทำเลศักยภาพสูง:ออฟฟิศติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศ Grade A ตอบโจทย์การใช้ชีวิตครบวงจรที่สุด และ 11 อาคารรอบกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนทำเล Prime Area
- Hotel เดินเกมรุกตลาดโรงแรมคุณภาพ ราคาจับต้องได้: นำโดย GO Hotel ที่เดินหน้าขยายต่อเนื่อง ตั้งเป้ามี 25 แห่ง ภายใน 5 ปี พร้อมสาขาใหม่ล่าสุด GO Hotel กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต โรงแรมแฟล็กชิพแห่งใหม่และใหญ่ที่สุดของแบรนด์ รวมถึง Hilton Garden Inn Rayong แบรนด์ใหม่ล่าสุดที่ประสบความสำเร็จ ได้รับกระแสตอบรับดีจากทั้งกลุ่มลูกค้า Corporate และนักท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยซึ่งกลับมาขยายตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 หลังจากชะลอตัวลงในไตรมาส 3/2568 อันเป็นผลจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าในช่วงครึ่งแรกของปี ก่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ดำเนินการระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ควบคู่กับการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีส่วนช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยมาตรการสำคัญประกอบด้วยโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ซึ่งเป็นมาตรการร่วมจ่าย และมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวภายในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท ครอบคลุมทั้งค่าที่พักและร้านอาหาร รวมถึงร้านอาหารนอกโรงแรม
เซ็นทรัลพัฒนา ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพเศรษฐกิจไทย เดินหน้าลงทุนเชิงรุกตามแผน พร้อมขยายอาณาจักรธุรกิจทั่วทุกภูมิภาค เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน หนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตทั่วประเทศ สำหรับ 2569 บริษัทฯ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มุ่งขยายการลงทุนระยะยาวตามแผนยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต ด้วยการเปิดศูนย์การค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากพันธมิตรร้านค้าอย่างล้นหลาม ได้แก่ ศูนย์การค้าแฟล็กชิพแห่งอนาคต ‘The Central พหลโยธิน’ เมกะโปรเจกต์แห่งปี, มิกซ์ยูสใหม่ของจังหวัดขอนแก่น‘Central Khonkaen Campus’ และโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดใจกลางนนทบุรี ‘Central Northville’ และการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ของ Market Place ทองหล่อ Community Hub ใจกลางทองหล่อ รวมถึง ธุรกิจ Hotel และ ธุรกิจ Residence เดินหน้าขยายโครงการต่อเนื่อง
นอกจากนี้ CPNREIT เดินหน้าตามยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวและยกระดับศักยภาพพอร์ตสินทรัพย์ผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่ของ “เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า” และ “เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต” ซึ่งไม่เพียงสร้างภาพลักษณ์ใหม่แต่ยังช่วย ดันจำนวน Traffic เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเสริมความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานรวมของกองทรัสต์ ส่งผลให้ CPNREIT ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าและพันธมิตรผู้ค้า สร้างความเชื่อมั่นต่อการขยายธุรกิจในระยะยาว พร้อมตั้งเป้าขยาย ขนาดสินทรัพย์ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2575 (2032) เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์ ต่อไปในอนาคต
เซ็นทรัลพัฒนา ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยโดดเด่นทุกมิติ คว้า 63 รางวัลสำคัญทั้งระดับประเทศและระดับโลกในปี 2568 ครอบคลุมด้าน Business and Financial Performance, Development and Design, Marketing, People Development และ Sustainability รางวัลและเกียรติยศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปีสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการด้วยมาตรฐานระดับโลก พร้อมสร้างคุณค่าให้กับเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างยั่งยืน และยืนยัน DNA ขององค์กรที่ไม่หยุดพัฒนา Imagining Better Futures for All
ณ สิ้นปี 2568 เซ็นทรัลพัฒนา จะมีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารงานทั้งหมด 44 โครงการ (ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 41 แห่ง - ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 17 โครงการ ต่างจังหวัด 24 โครงการ และในมาเลเซีย 1 โครงการ; ศูนย์การค้าเอสพละนาด และศูนย์การค้าเมกา บางนา) คอมมูนิตี้ มอลล์ 16 โครงการ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 2.3 ล้านตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีอาคารสำนักงาน 11 อาคาร โรงแรม 11 แห่ง และโครงการที่พักอาศัยทั้งแนวสูงและแนวราบรวม 51 โครงการ