โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หูฟัง 81 รุ่น ตรวจพบสารพิษ อาจเป็นแหล่งสะสมสารก่อมะเร็งไม่รู้ตัว

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หูฟังได้กลายเป็นอุปกรณ์คู่กายในชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก แต่รายงานวิจัยล่าสุดกำลังทำให้ผู้ใช้ต้องหันกลับมาตั้งคำถามถึงความปลอดภัย หลัง The Guardian รายงานผลการศึกษาของโครงการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมในยุโรป ซึ่งพบสารเคมีอันตรายปนเปื้อนในหูฟังจำนวนมากกว่าที่คาดคิด

รายงานระบุว่า โครงการ ToxFree LIFE for All ได้สุ่มจัดซื้อหูฟังชนิดสอดหู (In-ear) และแบบครอบหู (Over-ear) รวม 81 รุ่น จากประเทศในยุโรป ได้แก่ เช็ก สโลวาเกีย ฮังการี สโลวีเนีย ออสเตรีย รวมถึงจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อนำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด ผลปรากฏว่า 98% ของตัวอย่างตรวจพบสารบิสฟีนอล เอ (BPA) และมากกว่า 75% พบสารบิสฟีนอล เอส (BPS)

นักวิจัยเตือนว่าสารเคมีที่ตรวจพบมีความเชื่อมโยงกับโรคมะเร็ง ปัญหาพัฒนาการทางระบบประสาท และจัดอยู่ในกลุ่ม “สารเคมีถาวร” หรือ Forever Chemicals ซึ่งสามารถเลียนแบบฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ส่งผลให้เด็กหญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก่อนวัยอันควร และอาจทำให้เพศชายมีลักษณะของฮอร์โมนเพศหญิงเพิ่มขึ้น

ด้าน นาง Karolína Brabcová ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมีจากองค์กร Arnika ซึ่งทำงานภายใต้โครงการ ToxFree เปิดเผยว่า สารเคมีเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสารเติมแต่งในกระบวนการผลิต แต่มีโอกาสซึมผ่านเข้าสู่ร่างกายผู้ใช้งานโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อใช้หูฟังเป็นเวลานาน

เธออธิบายว่า ปัจจัยเร่งสำคัญคือการใช้งานเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงออกกำลังกายที่มีความร้อนและเหงื่อ ซึ่งช่วยให้สารเคมีซึมผ่านผิวหนังได้ง่ายขึ้น แม้จะยังไม่เห็นผลกระทบต่อสุขภาพในทันที แต่การสะสมในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ถือเป็นความเสี่ยงที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ รายงานยังเปิดเผยรายชื่อสารเคมีอันตรายที่ตรวจพบในหูฟัง ได้แก่

  • บิสฟีนอล เอ (BPA) และ BPS พบในสัดส่วนสูง สามารถรบกวนฮอร์โมนเอสโตรเจน
  • พทาเลท (Phthalates) สารทำให้พลาสติกยืดหยุ่น ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบสืบพันธุ์
  • สารพาราฟินคลอรีน (Chlorinated Paraffins) มีผลกระทบต่อการทำงานของตับและไต
  • สารหน่วงไฟ (Flame Retardants) ทั้งกลุ่มโบรมีนและออร์แกโนฟอสเฟต ซึ่งรบกวนระบบต่อมไร้ท่อในลักษณะเดียวกับ BPA

นักวิจัยยังเตือนถึงสิ่งที่เรียกว่า “ผลกระทบแบบค็อกเทล” (Cocktail Effect) คือแม้สารเคมีแต่ละชนิดจะมีปริมาณไม่เกินค่ามาตรฐานตามกฎหมาย แต่เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากหลายแหล่งในชีวิตประจำวันพร้อมกัน อาจเกิดการเสริมฤทธิ์จนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคมะเร็ง และภาวะมีบุตรยากในระยะยาว

ก่อนหน้านี้ โครงการ ToxFree เคยตรวจพบสารรบกวนฮอร์โมนใน “จุกนมหลอกสำหรับเด็ก” แม้จะระบุว่าเป็น BPA-free รวมถึงพบสารเคมีอันตรายใน “กางเกงในสตรี” ถึง 1 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ แบรนด์ผู้ผลิตหูฟังชั้นนำที่ถูกอ้างถึงในรายงาน ยังไม่มีการออกมาให้ความเห็นหรือชี้แจงต่อประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด

ข้อมูลจาก The Guardian

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...