ชุบชีวิต’สะพานเขียว’เชื่อมปอดใหญ่
กลางปีนี้การปรับโฉมใหม่สะพานเขียวเชื่อมสองสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองจะแล้วเสร็จ เพื่อติดตามความก้าวหน้านายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำทีมสื่อมวลชนสัญจรลงพื้นที่พาชมเส้นทางสะพานเขียว พร้อมให้ข้อมูลรายละเอียดการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางคนเดินและทางจักรยานเชื่อมระหว่างสองสวนสาธารณะ ได้แก่ สวนลุมพินีและสวนเบญจกิติหลังการปรับปรุงครั้งใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างทรุดโทรมหลังผ่านการใช้งานมายาวนาน แก้จุดอับสายตาและแสงสว่างไม่เพียงพอ โดยการออกแบบยึดตามแนวคิด Universal Design ทำให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
การเดินหน้าโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางคนเดินและทางจักรยานเชื่อมระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ หรือ “สะพานเขียว” ระยะทางรวมกว่า 1.6 กิโลเมตร โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถือเป็นการชุบชีวิตโครงสร้างเดิมที่มีอายุกว่า 20 ปี ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่ทันสมัยและปลอดภัย โครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ “ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต” ครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติภูมิทัศน์และการเชื่อมต่อ (Green Connectivity & Urban Integration) สะพานเขียวไม่ได้เป็นเพียงทางเดินลอยฟ้า แต่ถูกพัฒนาให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว ที่เชื่อมต่อปอดขนาดใหญ่ของเมือง ได้แก่ สวนลุมพินี และสวนเบญจกิติ เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ พร้อมปรับปรุงจุดเชื่อมต่อสำคัญ อาทิ ซอยสุขุมวิท 4 ซอยสุขุมวิท 10 ถนนรัชดาภิเษก ถนนวิทยุ และถนนสารสิน มีการเสริมความแข็งแรงโครงสร้าง ฐานราก คานคอนกรีต คานเหล็ก เสาเหล็ก และราวกันตกใหม่ทั้งหมด รวมถึงปรับปรุงทางลาด ( Ramp) เชื่อมต่อหลายจุด เพื่อให้โครงข่ายทางเท้าและทางจักรยานในย่านธุรกิจ (CBD) มีความต่อเนื่อง ลดการพึ่งพารถยนต์ และสนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งจัดสวน ปลูกไม้ยืนต้นและไม้พุ่มตลอดแนวสะพาน สร้างบรรยากาศ “Urban Forest” หรือป่าในเมือง เพิ่มความร่มรื่น ลดอุณหภูมิ และช่วยดูดซับฝุ่นละออง
มิติการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design & Inclusion) โครงการให้ความสำคัญกับการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม โดยออกแบบตามหลัก Universal Design อย่างครบถ้วน ติดตั้งลิฟต์โดยสารในจุดเชื่อมต่อหลัก ก่อสร้างทางลาดความยาวกว่า 57 เมตร ตามมาตรฐานความลาดชันสากล พื้นผิวทางเดินไม่ลื่น รองรับรถเข็นและผู้สูงอายุ จัดวางพื้นที่พักผ่อน จุดนั่ง และราวจับอย่างเหมาะสม ถือเป็นครั้งแรกที่สะพานเขียวได้รับการปรับปรุงให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และทุกกลุ่มสามารถใช้พื้นที่ลอยฟ้าใจกลางเมืองได้อย่างแท้จริง
มิติพื้นที่กิจกรรม (Sport & Social Space) สะพานเขียวถูกยกระดับให้เป็นพื้นที่กิจกรรมกลางเมือง ไม่ใช่เพียงทางผ่าน ปรับพื้นผิวเป็น Sport Surface ระยะทางประมาณ 500 เมตร ช่วยลดแรงกระแทก เหมาะสำหรับการวิ่งและปั่นจักรยาน สร้างลานกิจกรรมอเนกประสงค์เหนือจุดตัดสำคัญ เช่น เหนือทางด่วนเฉลิมมหานครและเหนือคลองไผ่สิงโตจัดพื้นที่เป็นจุดเช็กอิน มุมพักผ่อน และพื้นที่เรียนรู้กลางแจ้ง พื้นที่ดังกล่าวสามารถรองรับกิจกรรมชุมชน กิจกรรมสุขภาพ และกิจกรรมสร้างสรรค์ของคนเมืองทุกช่วงวัย
Sky Walk สะพานเขียวยังเป็นเครื่องมือการฟื้นฟูชุมชน (Community Regeneration) หนึ่งในหัวใจของโครงการ คือการปรับพื้นที่ใต้สะพานและจุดอับสายตาในย่านซอยโปโลและร่วมฤดี จากพื้นที่เสื่อมโทรมถูกปรับให้โปร่ง โล่ง สะอาด และปลอดภัย พร้อมจัดสรรพื้นที่สำหรับกิจกรรมชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ แนวทางดังกล่าวช่วยลดปัญหาพื้นที่รกร้าง ลดจุดเสี่ยงอาชญากรรม และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยรอบ
ส่วนมิติความปลอดภัยและแสงสว่างอัจฉริยะ (Safety & Smart Lighting) เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานสะพานเขียวตลอดทั้งวัน โครงการได้ยกระดับระบบความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างใหม่ตลอดแนวเส้นทาง เพิ่มไฟประดับเพื่อความสวยงามและทัศนวิสัย ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) เชื่อมต่อศูนย์ควบคุมของกรุงเทพมหานครโดยตรง ทำให้สะพานเขียวสามารถเปิดใช้งานได้ตั้งแต่เช้ามืดถึงยามค่ำคืนอย่างปลอดภัย
นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การพัฒนาสะพานเขียวสอดคล้องกับทิศทางยกระดับคุณภาพชีวิตเมือง หลังกรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับเมืองอันดับ 2 ของเอเชีย ในรายงาน World’s Best Cities 2026 จากความโดดเด่นด้านพื้นที่สีเขียวและโครงข่ายทางเดินเชื่อมสวนสาธารณะ โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร อาทิ โครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น และ “สวน 15 นาทีทั่วกรุง” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพื้นที่สีเขียวในระยะ 800 เมตร ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างเมืองที่เดินได้ ใช้ได้ และหายใจได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มุ่งพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับทุกคน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” และ “สวน 15 นาทีทั่วกรุง” เพื่อเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวในระยะ 800 เมตร ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกย่านของเมือง
สะพานเขียวโฉมใหม่ที่คนกรุงเฝ้ารอ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569 จะเป็นมากกว่าการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แต่จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโยงโครงข่ายทางเดินและจักรยานอย่างไร้รอยต่อ เพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง และสร้างพื้นที่กิจกรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน ประกอบด้วย นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) ผู้อำนวยการสำนักการโยธา รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้อำนวยการเขตคลองเตย และผู้อำนวยการเขตปทุมวัน โดยแต่ละหน่วยงานได้ร่วมกันชี้แจงทั้งในมิติการออกแบบเชิงผังเมือง การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลสิ่งแวดล้อม และการบูรณาการพื้นที่กับชุมชนโดยรอบ เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์สูงสุดและใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ