โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KGI อัปเป้า SET ปี 69 แตะ 1,540 รับเสถียรภาพการเมือง–วินัยการคลังดีขึ้น

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บล.เคจีไอ มองประเทศไทยน่าจะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะเน้นกระตุ้นการลงทุนในประเทศ และ FDI เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยใกล้จะเปิดเผยโครงสร้างรัฐบาลผสมชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีเสียงในสภาฯ เกิน 300 ที่นั่ง

ฝ่ายวิจัยจึงมองว่าเป็นโอกาสดีที่

1. รัฐบาลจะอยู่ครบเทอม 4 ปี

2. มีสัญญาณที่ชัดเจนว่ากระทรวงเศรษฐกิจสำคัญจะไม่เน้นที่การกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้น หรือ การเพิ่มตัวเลข GDP ในระยะสั้น และ

3. วาระสำคัญจะอยู่ที่นโยบายกระตุ้นการลงทุนในประเทศ และ กระแส FDI ทั้งนี้ การเมืองที่ขาดเสถียรภาพทำให้หุ้นไทยถูก discount มาหลายปีแล้ว ดังนั้น การที่รัฐบาลอยู่บนวิถีที่คาดเดาได้ในรอบนี้น่าจะทำให้มีการ re-rate หุ้นไทยในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ความผันผวนในระยะสั้นอาจจะเพิ่มขึ้น เพราะนักลงทุนตอบรับข่าวการเลือกตั้งไปแล้ว และ กำลังจะเข้าสู่ช่วงที่ดัชนี SET และ ค่าเงินบาทชะลอตัวตามฤดูกาล หลังจากที่หุ้นไทยวิ่งขึ้นมาประมาณ 9% ตั้งแต่วันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ฝ่ายวิจัยมองว่านักลงทุนตอบรับข่าวบวกเรื่องการเลือกตั้งไปมากแล้ว ดังนั้น ฝ่ายวิจัยจึงมองว่าตลาดมี upside จำกัดในระยะสั้น และแรงซื้อหุ้นปันผลหลัก ๆ อาจจะสูงสุดในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม เมื่อบริษัทต่าง ๆ ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 ออกมาแล้ว

ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยอาจจะเข้าสู่ช่วงที่ชะลอตัวตามฤดูกาลในเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม เพราะตามสถิติแล้วค่าเงินบาทมักจะอ่อนลงในช่วงเดือนดังกล่าวในขณะที่กระแสเงินทุนจากต่างชาติอาจจะถูกกระทบจากการขึ้น XDs และ การส่งเงินปันผลกลับประเทศของผู้ถือหุ้นต่างชาติ

ปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET ปี 2569 เป็น 1,540 จากเสถียรภาพทางการเมือง และวินัยการคลังที่ดีขึ้น แม้ว่าแนวโน้ม GDP ดูเป็นกลาง ๆ ในบทวิเคราะห์ฉบับนี้ ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มเป้าดัชนีสิ้นปี 2569 เป็น 1,540 โดยปรับเพิ่ม PE เป้าหมายจาก -1.5 S.D. (13.2x) เป็น -1.0 S.D. (14.0x) เพื่อสะท้อนถึง i) เสถียรภาพทางการเมืองที่มีความชัดเจนมากขึ้นในระยะต่อไป และ ii) วินัยการคลังที่ดีขึ้นจากการที่รัฐบาลไม่น่าจะใช้นโยบายกระตุ้นการบริโภคขนานใหญ่

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่าปัจจัยดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าดัชนี SET ที่สูงขึ้น แม้ว่า GDP จะมีแนวโน้มโตต่ำกว่าระดับปกติในปี 2569 นอกจากนี้ ยังมองว่าการลดดอกเบี้ยของ FOMC และ การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐใน 2H69 น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อกระแสเงินทุนไหลเข้าหุ้นในตลาด EM โดยในกลุ่มประเทศ ASEAN ด้วยกัน กรณีที่เกิดกับประเทศอินโดนีเซีย ซึ่ง MSCI และ FTSE Russell แสดงความเป็นห่วงอย่างมีนัยสำคัญกับมาตรฐาน free float อาจจะทำให้เกิดการโยกการลงทุนไปยังตลาด ASEAN อื่น ๆ ซึ่งรวมถึงตลาดไทยด้วย

เน้นหุ้นในธีมการลงทุน, มาตรการคนละครึ่งพลัส, หุ้นปันผลขนาดใหญ่ และ หุ้น cyclical บางตัว ในการกำหนดสถานะลงทุน ในภาวะที่ฝ่ายวิจัยมองไว้ว่าดัชนี SET มี upside 4% ถึงเป้าใหม่ปี 2569 ของฝ่ายวิจัย และอาจมี upside อีกหากกระแสเงินทุนไหลเข้าหุ้นแข็งแกร่งมาก ๆ

โดยได้จัดกลยุทธ์การลงทุนดังนี้

-ธีมแรก ให้เกาะกับกลุ่มที่เข้ากับประเด็นที่รัฐบาลใหม่จะมุ่งเน้น อย่าเช่น การลงทุน, โครงการ PPP และ FDI โดยในธีมนี้ ชอบ WHA* และ STECON*

-ธีมที่สอง เลือกหุ้นผู้บริโภคที่ไม่ถูก cover ซึ่งจะได้อานิสงส์จากมาตรการคนละครึ่งพลัสอย่างเช่น BJC

-ธีมที่สาม ชอบหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาหุ้นยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลดี อย่างเช่น KBANK* และ LH*

-ธีมที่สี่ ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกประคองตัวได้ดี และ มีความเสี่ยงต่ำที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกจะเดินหน้าเข้าสู่สงครามจริง ๆ ฝ่ายวิัยชอบหุ้น cyclical ที่แสดงสัญญาณการฟื้นตัวของกลุ่มอุตสาหกรรม และเข้าสู่ช่วง high season อย่างเช่น IVL*

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...