โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สศช.หวั่นซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เสี่ยงเอ็นพีแอลพุ่ง แนะดึงเข้าเครดิตบูโรทุกราย

เดลินิวส์

อัพเดต 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 0.38 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สภาพัฒน์ เผยแบงก์เข้มปล่อยกู้ หนี้ครัวเรือนลด จับตาคุมซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หวั่นเข้าถึงง่ายเสี่ยงเอ็นพีแอล แนะดึงเข้าเครดิตบูโรทุกราย พร้อมกำหนดเพดานหนี้ร่วม

วันที่ 23 ก.พ. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า หนี้สินครัวเรือนข้อมูลล่าสุด ไตรมาส 3 ปี 68 ลดลง 0.29% โดยมีมูลค่า 16.31 ล้านล้านบาท เป็นผลจากความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ของสถาบันการเงิน ทำให้สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อจีดีพี ทรงตัวอยู่ที่ 86.8% ขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ด้อยลงทุกประเภทสินเชื่อ จากข้อมูลบริษัทข้อมูลเครดิตดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (เอ็นพีแอล) มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9.4% ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจาก 9.1% ของไตรมาสก่อน

ทั้งนี้ มีประเด็นที่ต้องจับตา โดยเฉพาะการกำกับสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันและสินเชื่อแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่เข้าถึงง่ายและผู้ใช้มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเอ็นพีแอล ในอนาคตจึงควรผลักดันให้ผู้ให้บริการทุกรายเข้าร่วมเครดิตบูโร และกำหนดเพดานหนี้ร่วม และ คนรายได้ระดับกลางถึงสูงเริ่มมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น กลุ่มผู้มีรายได้สูงกว่า 100,000 บาทต่อเดือน 21% เริ่มประสบปัญหาการชำระหนี้เช่นเดียวกับกลุ่มอื่นที่มีรายได้ต่ำกว่าจึงต้องเร่งสร้างวินัยทางการเงินในเชิงรุก เช่น การแจ้งเตือนก่อนถึงกำหนดชำระหนี้ หรือการมีมาตรการจูงใจจากการจ่ายหนี้ตรงเวลา

สำหรับภาวะสังคมไตรมาส 4 ปี 68 สถานการณ์แรงงานการจ้างงานลดลงต่อเนื่อง โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 39.8 ล้านคน ลดลง 0.9% จากไตรมาส 4 ปี 67 จากการหดตัวในภาคเกษตรกรรม 3.4% ขณะที่นอกภาคเกษตรกรรมขยายตัว 0.2% โดยสาขาการขนส่งและจัดเก็บสินค้า และสาขาการผลิต ขยายตัว 3.2% และ 1.2% แต่สาขาการก่อสร้าง สาขาโรงแรมและภัตตาคาร และสาขาการค้าส่งและค้าปลีก หดตัว อัตราการว่างงานรวมลดลง โดยอยู่ที่ 0.70% หรือมีผู้ว่างงาน 2.8 แสนคน

ขณะที่ ผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนและนายจ้างเลิก หยุด ปิดกิจการ เป็นกลุ่มเดียวที่เพิ่มขึ้นที่ 18.1% สำหรับผู้เสมือนว่างงาน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.5% จากการเพิ่มขึ้นของผู้เสมือนว่างงานภาคเกษตร ส่วนอัตราการว่างงานระบบอยู่ที่ 1.78% ลดลงจาก 1.81% ในปี 67 โดยภาพรวมปี 68 อัตราการมีงานทำ อยู่ที่ 99.1% เพิ่มขึ้นจากปี 67 โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 39.6 ล้านคน ลดลง 0.5% จากปีก่อนหน้า ส่วนอัตราการว่างงาน ปี 68 อยู่ที่ 0.81%

ส่วนประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ คือการสนับสนุนการเชื่อมโยงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศกับธุรกิจไทย และการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ โดยอาจพิจารณาขยายมาตรการการจ้างงานในท้องถิ่น และส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ไปสู่อุตสาหกรรมอื่นและให้ครอบคลุมเอสเอ็มอีควบคู่กับการจูงใจให้เกิดการถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยี และ การบรรเทาความกังวลต่อความมั่นคงในสถานะการจ้างงานของแรงงานจากบทบาทของเทคโนโลยีเอไอ จึงควรมีการกำหนดแนวทางการใช้เอไออย่างชัดเจน และเป็นธรรม และลงทุนพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและ เอไอให้แก่แรงงานทุกระดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...