ผู้นำบราซิล จี้ “ทรัมป์” ปฏิบัติเท่าเทียมกับทุกชาติ หลังผู้นำสหรัฐสั่งขึ้นภาษี 15%
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ว่าประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล กล่าวถึงการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ปรับขึ้นอัตราภาษีทั่วโลกใหม่เป็น 15% จากเดิม 10% หลังศาลฎีกาพิพากษาให้มาตรการเดิมเป็นโมฆะ ว่าโลกไม่ต้องการสงครามเย็นครั้งใหม่ ไม่ต้องการการแทรกแซงจากประเทศอื่น และทุกประเทศ "ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน"
ขณะเดียวกัน ลูลากล่าวถึงทรัมป์ว่า "เราสองคนต่างเป็นชายวัย 80 ปี" โดยปัจจุบันลูลาอายุ 80 ปี ส่วนทรัมป์มีอายุ 79 ปี และทั้งคู่มีกำหนดพบหารือกันที่กรุงวอชิงตัน ในเดือน มี.ค. นี้ ดังนั้น "ชายชราสองคนจะล้อเล่นกับประชาธิปไตยไม่ได้ เราต้องจับมือสบตากันแบบตัวต่อตัว เพื่อหารือว่าอะไรดีที่สุดสำหรับสหรัฐและบราซิล"
แม้ผู้นำบราซิลยอมรับว่า มีความเห็นต่างกันอย่างสุดขั้วกับทรัมป์ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการค้าและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ทั้งสองจะมีความเห็นต่างกันอย่างสุดขั้วในเรื่องพหุภาคี การค้าโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ผู้นำบราซิลเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์จะกลับสู่ภาวะปกติได้หลังการหารือครั้งนี้
ถ้อยแถลงดังกล่าวของลูลาเกิดขึ้น หลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าทรัมป์ไม่สามารถอ้างการใช้อำนาจตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ (ไออีอีพีเอ) ฉบับปี 2520 เพื่อตั้งกำแพงภาษีใส่แต่ละประเทศได้ตามใจชอบ
หลังจากนั้น ผู้นำสหรัฐประกาศใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 ประกาศอัตราภาษี 15% เป็นเวลา 150 วัน.
เครดิตภาพ : AFP