โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วิทัย” เตือนศึกตะวันออกกลาง ฉุด GDP ไทยลด 0.1–0.2% เสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 11.41 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 มี.ค.69) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. กำลังติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และต้องประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย

ไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ซึ่งอาจกระทบต่อ GDP ในระดับเล็กน้อย โดยเบื้องต้นประเมินว่า GDP จะลดลงประมาณ 0.1-0.2% ขณะที่ผลกระทบที่สำคัญกว่าคือเงินเฟ้อ เนื่องจากราคาพลังงานมีสัดส่วนถึง 13% ในการคำนวณดัชนีเงินเฟ้อ ซึ่งขณะนี้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ และคาดว่าจะอยู่ที่ 0.2-0.3% ตลอดปี

สำหรับมาตรการรองรับสถานการณ์ดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นความโชคดีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายล่วงหน้าไปแล้วในการประชุมเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่คาดการณ์ไว้บ้างแล้วจากความเสี่ยงปีก่อนที่มีการสู้รบ 12 วัน อย่างไรก็ดี หากสงครามมีความรุนแรงและยืดเยื้อ ธปท. พร้อมปรับมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น หรือหากมีความจำเป็นก็สามารถเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นัดพิเศษได้

ธปท. พร้อมออกมาตรการหากสถานการณ์รุนแรง ขณะที่ธนาคารพาณิชย์เชื่อว่ามีมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ส่วนโอกาสที่ราคาน้ำมันจะขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเหตุการณ์จะจบลงเร็วแค่ไหน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในแง่ของเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคของไทย ถือว่ามีความแข็งแกร่ง และมีกันชน (Buffer) รองรับความเสี่ยงจากความผันผวนและการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้ดี ด้วยเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูงเมื่อเทียบกับหนี้ต่างประเทศ ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันที่มีอยู่สามารถใช้ได้ประมาณ 60 วัน และยังสามารถหาจากแหล่งอื่นเพิ่มเติมได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...