โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Chauffeur Knowledge ดูเหมือนรู้รอบ แต่จริงๆ ไม่รู้ลึก เหมือนโชเฟอร์ที่ฟังมามาก แต่รู้แค่ผิวเผิน

The Momentum

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

เราทุกคนต่างเคยรู้จักใครสักคนที่มีความรู้แบบ Chauffeur Knowledge หรือความรู้เหมือนคนขับรถ ที่หมายถึงความรู้แบบผิวเผินที่ถูกส่งต่อกันมา

คนขับแท็กซี่ผู้ดูช่ำชองการเมืองจากการเปิดฟังข่าวทุกวัน

CEO กึ่งไลฟ์โค้ชคนดังผู้ไม่เคยจนมาก่อน แต่อยากเป็นผู้มาโปรดคนจนด้วยการให้บทเรียนว่า Work Life Balance ไม่สำคัญ

พระอาจารย์เก่งๆ สักรูปที่ให้คำแนะนำเรื่องความรักกับเราได้ แม้เจ้าตัวจะบวชเรียนมาตั้งแต่เด็ก

หรือกระทั่งนักข่าวที่จบอักษรศาสตร์ ไม่มีประสบการณ์ทำงานด้านจิตเวช แต่ดันเขียนคอลัมน์จิตวิทยาเลี้ยงชีพได้เป็นเรื่องเป็นราว (ใช่! บทความที่คุณกำลังอ่านอยู่นี่แหละ!)

หากลองพิจารณาดูดีๆ เราต่างมีเรื่องที่ตนไม่เก่งนัก แต่พอจะรู้อยู่บ้างเช่นนี้กันแทบทุกคน อาจตื้นเขินขาดความลุ่มลึกอยู่บ้างก็จริง แต่ Chauffeur Knowledge ไม่ใช่สิ่งไม่ดีในตัวของมันเอง กลับกันด้วยซ้ำ มันหมายความว่า เราเปิดใจและใฝ่รู้มากพอที่จะครูพักลักจำเรื่องที่มีประโยชน์ แม้นั่นจะไม่ใช่เรื่องที่เราเชี่ยวชาญก็ตาม

ปัญหาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อโชเฟอร์เหล่านี้ลืมมองขีดจำกัดของตัวเอง หลงคิดว่าตนเป็นผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาจริงๆ

เรื่องราวของนักฟิสิกส์และคนขับรถของเขา

มักซ์ พลังค์ (Max Planck) เป็นอีกหนึ่งนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันผู้เปลี่ยนโลกด้วยแนวคิดควอนตัมของพลังงาน เขามีส่วนขับเคลื่อนวงการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มากไม่แพ้ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) แม้จะเป็นที่รู้จักน้อยกว่า

หลังจากได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี 1918 พลังค์ออกเดินทางไปทั่วเยอรมนีและยุโรป เพื่อบรรยายทฤษฎีและสิ่งที่ตนค้นพบ และทุกๆ ครั้ง เขาจะใช้บทพูดบรรยายคล้ายๆ ของเดิมเสมอ จนจุดหนึ่งคนขับรถของเขาก็เริ่มจำบทพูดนั้นได้ขึ้นใจ

ที่มา: Hugo Erfurth

“คงจะน่าเบื่อมากเลยใช่ไหมศาสตราจารย์ ที่ต้องพูดสุนทรพจน์เดิมๆ ตลอด เอาอย่างนี้ไหม ไปมิวนิกคราวนี้ผมพูดแทนคุณเอง ส่วนคุณก็สวมหมวกโชเฟอร์ของผม แล้วนั่งพักตรงที่นั่งแถวหน้า พวกเราจะได้ถือโอกาสลองอะไรกันใหม่ๆ กันทั้งคู่”

พลังค์ฟังแล้วรู้สึกว่า เป็นความคิดที่ไม่เลว เย็นวันนั้นชายที่ขึ้นไปบรรยายเลกเชอร์ยาวเป็นชั่วโมงๆ ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติในวงการวิทยาศาสตร์ของมิวนิก จึงไม่ใช่ตัวพลังค์เอง แต่เป็นคนขับรถของเขา

โชเฟอร์บรรยายเลกเชอร์จบด้วยดี ติดก็ตรงที่ดันมีอาจารย์ฟิสิกส์ 1 รายยกมือถามคำถาม โชคดีที่โชเฟอร์ของพลังค์รับมือคำถามดังกล่าวอย่างมีไหวพริบ

“ไม่นึกมาก่อนเลยว่า ผู้มีความรู้ขั้นสูงจากเมืองมิวนิกจะถามคำถามที่เรียบง่ายอย่างนี้! คำถามนี้ผมให้คนขับรถของผมตอบก็แล้วกัน”

ในโลกใบนี้มีผู้มีความรู้อยู่หลายแบบ ในบรรดารูปแบบอันหลากหลายนั้น แบบหนึ่งคือความรู้แบบพลังค์ คนที่รู้ลึกรู้จริง คนที่ตรากตรำร่ำเรียนและเฝ้าหาคำตอบให้กับเรื่องหนึ่งๆ มานานจนพูดได้เต็มปากว่า เชี่ยวชาญ

ส่วนอีกแบบหนึ่งคือ ความรู้แบบคนขับรถที่เราเรียกว่า Chauffeur Knowledge นั่นเอง คนมักได้ความรู้รูปแบบนี้มาจากการทำความคุ้นเคยในเรื่องหนึ่งๆ แม้จะแค่ในระดับผิวเผิน แต่ก็ทำบ่อยเป็นประจำทุกวัน จึงพอจะรู้ว่าควรจะพูดอย่างไรให้น่าเชื่อถือ จะเรียกว่าคนเหล่านี้ไม่มีความสามารถเลยแม้แต่น้อยก็ไม่จริงเสียทีเดียว เพราะเห็นได้ชัดสิ่งที่พวกเขามีแน่นอนคือ ทักษะการสื่อสารที่เป็นเลิศ จนในบางกรณีพวกเขาอาจเล่าความรู้ชุดเดียวกันนั้นได้ดีกว่าผู้ที่รู้จริงเสียอีก

แต่อย่างไรก็ตาม ความรู้แบบโชเฟอร์ก็คือความรู้แบบโชเฟอร์ และโชเฟอร์ผู้ใช้เวลาตลอดทั้งวันตะลอนรับส่งผู้โดยสาร ก็ไม่อาจรู้ลึกได้เท่าคนที่มีโอกาสได้ใช้เวลากับสิ่งนั้นเป็นอาชีพจริงๆ

หากคนที่มีความรู้แบบโชเฟอร์พอจะรู้ขีดจำกัดความรู้ของตัวเองอยู่บ้างก็ดีไป แต่บางครั้งพวกเขาก็ดันไม่รู้เสียนี่ ส่วนผู้ฟังที่ผ่านไปผ่านมาอย่างเรา แน่นอนย่อมไม่อาจรู้จักเขาดีไปกว่าตัวเอง ข้อควรระวังสำคัญคือ อย่าเพิ่งรีบเชื่อคำพูด รับคำปรึกษา หรือยอมให้ใครมาไลฟ์โค้ชเราอย่างผิวเผิน จนกว่าจะแน่ใจว่าอีกฝ่ายรู้จริงและมีคำแนะนำที่เป็นคุณต่อเราจริงๆ ไม่ได้นั่งเทียนขึ้นมาจากความรู้ที่มีอยู่เป็นหย่อมๆ

วงกลมแห่งความถนัด

ที่น่ากลัวกว่าการหลงเชื่อคนพูดเก่งที่มีความรู้แบบตื้นเขินคือ การกลายเป็นคนแบบนั้นและทำให้ผู้อื่นรู้สึกเอือมระอาโดยไม่รู้ตัว เชน พาร์ริช (Shane Parrish) นักเขียนติดอันดับขายดีของ New York Times ผู้คอยตรวจสอบตัวเองเรื่องนี้อยู่ตลอดแนะนำให้เราทำความรู้จำกับ ‘วงกลมแห่งความถนัด’ ของตนเองให้ดี

วงกลมแห่งความถนัด (Circle of Competence) คือคอนเซปต์ที่พัฒนาขึ้นโดย 2 นักธุรกิจยักษ์ใหญ่ในวงการลงทุน วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) และชาร์ลี มังเกอร์ (Charlie Munger)

แผนภาพเวนน์-ออยเลอร์ด้านบนนี้ แสดงให้เห็นถึงขอบเขตความรู้ของคนคนหนึ่ง วงกลมสีเทาเข้มด้านในคือสิ่งที่พวกเขารู้จริง วงกลมถัดมาถึงเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดว่า ตัวเองรู้หรือเดาว่าคงพอรู้อยู่บ้าง

ในแง่ของการเลือกลงทุนทางธุรกิจ บัฟเฟตต์กล่าวว่า วงกลมด้านนอกคือส่วนที่เรายังไม่ควรลงทุนเงินและเวลาลงไปทันที หากอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งในด้านประสิทธิภาพและผลกำไร เนื่องจากความรู้ส่วนนี้ของเราเป็นเรื่องที่เรายังไม่เก่ง รู้แค่ผิวเผิน มันจึงยังเอาแน่เอานอนไม่ได้

ยิ่งเราก้าวข้ามเส้นที่ตัดรอบวงกลมสีเทาออกไปไกลมากเท่าไร ค่าความเสี่ยงที่เราต้องจ่ายยิ่งสูงมากเท่านั้น ทว่าหลายครั้งความมั่นใจของเรากลับยังคงสูงเท่าเดิมอยู่ โดยเฉพาะในคนที่ไม่รู้ตัวเลยว่า ตัวเองได้ข้ามเส้นออกไปตั้งแต่เมื่อไร

แน่นอน เราอาจไม่ควรเดิมพันกับสิ่งที่เรายังไม่รู้จักดี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราไม่ควรลงทุนกับการเรียนรู้สิ่งเหล่านั้น อันที่จริง หนึ่งในวิธีการที่ช่วยให้เรารู้จักขอบเขตความรู้ของเราดีและชัดเจนขึ้น คือค่อยๆ การขยายกรอบความรู้ของเราให้กว้างไกลขึ้นออกไปทีละนิดและทีละเรื่องนั่นเอง

อ้างอิง

Dobelli, R. (2013). The Art of Thinking Clearly.Sceptre.

Parrish, S. (2022). The 2 Types of Knowledge You Should Know About. TIME. Retrieved from https://time.com/4070788/planck-chauffeur-knowledge/

Parrish, S. (2022). Mastering success: Navigating within your circle of competence. Farnam Street. Retrieved February 20, 2026, from https://fs.blog/circle-of-competence/

Champ Wuttipitayamongkol (2020). Circle of competence vs growth model: Should you know broadly or know deeply? 101.world.Retrieved February 20, 2026, from https://www.the101.world/circle-of-competence-vs-growth-model/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...