TRUE เห็นช่องขยับ ARPU คุมต้นทุน-อีบิทดาดีด 9%
#TRUE#ทันหุ้น – TRUE รับเห็นช่องขยับ ARPU ทั้งมือถือและบรอดแบนด์ วางเป้าปี 2569รายได้โต 2-3%ดันอิบิทด้า พุ่ง 7-9%รับการเงินแกร่งขึ้น พร้อมลดสัดส่วนลงทุนต่อรายได้เหลือ 13-14% ลดหนี้เหลือ 3.5เท่า ชูปันผลไม่ต่ำกว่า 70%ย้ำ Telenor ถอนตัวไม่กระทบแผน 3ปี เร่งสัดส่วน B2B แตะ 15% ผ่านโมเดลพันธมิตรต่อยอดโซลูชันครบวงจร
นายนกุล เซห์กัลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินร่วม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้จากการให้บริการเติบโต 2-3% สูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ หรือGDP ไทยที่ 1.5% พร้อมผลักดันกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโต 7-9% สูงกว่ารายได้ จากแรงหนุนประโยชน์ที่เกิดจากการควบรวมกิจการ(Synergy) หลังควบรวม โดยเฉพาะการบริหารคลื่นความถี่และวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นประสิทธิภาพ
ด้านงบลงทุนฃในปี 2569 บริษัทตั้งงบประมาณในกรอบ 2.5-2.7 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมการลงทุนในด้าน โครงข่าย, ระบบไอที, ธุรกิจบรอดแบนด์และ สินทรัพย์อื่นๆ ที่ไม่ใช่โครงข่าย นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าในระยะยาวที่จะลดสัดส่วนงบลงทุนต่อรายได้ (CAPEX to Sales) ลงเหลือ 13 – 14% ภายในปี 2571 ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับมาตรฐานสากล โดยบริษัทเตรียมจัดงบประมาณการจัดหาคลื่นความถี่เข้ามาทดแทนคลื่น 2100 MHz ซึ่งจะหมดอายุในปี 2570 ไว้อีกก้อนหนึ่งแล้ว
ขณะเดียวกันบริษัทจะเริ่มมุ่งปรับสมดุลโครงสร้างเงินทุน ตั้งเป้าลดหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA เหลือ 3.5 เท่า ตอกย้ำวินัยการเงินระยะยาว และคงนโยบายจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไม่น้อยกว่า 70% ของกำไรสุทธิรวม สะท้อนวินัยทางการเงินที่ชัดเจน
“หลังการควบรวมได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการงบลงทุนอย่างมีวินัยมากขึ้น ในงบนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการประมูลหรือเงินที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อคลื่นความถี่ (Spectrum investment) แต่จะมุ่งลงทุนในอุปกรณ์โครงข่ายเพิ่มเติมหลังจากได้รับคลื่นความถี่มาแล้ว เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การใช้งานโครงข่ายที่เหนือกว่า และต่อยอดการสร้างรายได้จากพอร์ตโฟลิโอคลื่นความถี่ที่มีอยู่ เช่น คลื่น 1500, 2300 และ 2600 MHz รวมถึงรองรับความต้องการใช้งานบรอดแบนด์ที่เพิ่มสูงขึ้น”
ต่อกรณีการถอนตัวของ Telenor นายนกุล ย้ำว่า ไม่มีผลกระทบต่อยุทธศาสตร์การดำเนินงานของบริษัท เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติกลยุทธ์การดำเนินงานระยะ 3 ปี (2569 ถึง 2571) ไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแผนงานเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่มั่นคงและไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพียงเพราะมีการทำรายการของผู้ถือหุ้นเกิดขึ้น โดยในปี 2569 บริษัทคาดว่าจะไม่มีรายการพิเศษที่มีนัยสำคัญ จึงคงคาดการณ์ว่ากำไรปกติและกำไรสุทธิที่รายงานจะมีความใกล้เคียงกัน ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงในการดำเนินงานตามแผนที่วางไว้
@เพิ่ม ARPU มือถือ-บรอดแบนด์
สำหรับกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile) คาดเติบโตจากการปรับเพิ่ม ARPU และจำนวนผู้ใช้บริการที่ขยายตัว ส่วนธุรกิจบรอดแบนด์ตั้งเป้าโตสูงกว่ารายได้รวม 2-3% หลังเร่งแก้ปัญหาโครงข่ายและประสบการณ์ลูกค้าแบบ End-to-End ตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 พร้อมอัดงบเพิ่มอีก 1 พันล้านบาท ปรับปรุงคุณภาพเครือข่าย หวังชิงส่วนแบ่งตลาด (Fair Share) ช่วงครึ่งหลังปี 2569
“ปัจจุบัน ARPU บรอดแบนด์ของบริษัทอยู่ที่ 498 บาท เทียบคู่แข่งราว 530 บาท โดยมองเป็นช่องว่างสำคัญในการขยับรายได้ หลังแพ็กเกจตลาดส่วนใหญ่เริ่มต้นใกล้ระดับ 500 บาท การยกระดับคุณภาพบริการจะเปิดทางให้ปรับราคาได้ พร้อมเดินหน้าขยายฐานผู้ใช้ใหม่ควบคู่กัน”
@ เร่ง B2B สู่ 15% ของรายได้รวม
กลุ่มธุรกิจองค์กร (Enterprise) ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้สู่ 15% ของรายได้รวม จากปัจจุบันอุตสาหกรรมอยู่เพียง 7-9% ต่ำกว่ามาตรฐานภูมิภาค โดยจะขยายบริการBeyond Connectivity ครอบคลุม 5G และ Private Network, Cloud และ Everything as a Service, Data Analytics, IoT, Security Services รวมถึงศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยไซเบอร์ (SOC), โซลูชัน AI, Smart Energy และ Network as a Service
บริษัทเลือกใช้โมเดลความร่วมมือเชิงพันธมิตรเป็นแกนหลักของการเติบโต เพื่อลดภาระการลงทุนโดยตรง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายพอร์ตบริการ โดยอาศัยการนำโซลูชันของพันธมิตรมาต่อยอดเชิงพาณิชย์สู่ลูกค้าองค์กร ขณะที่ประเมินว่ายังมีอุปสงค์ในตลาดที่ไม่ได้รับการตอบสนองอีกมาก ซึ่งเป็น Upside ต่อการขยายสัดส่วนรายได้ในระยะถัดไป