โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหรับเดือด.! นำทางสู่ Staflation.!?

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สถานการณ์ความตึงเครียด ภูมิภาคตะวันออกกลาง ก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างเต็มรูปแบบส่งผลกระทบสั่นคลอน ตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกอย่างรุนแรง

ประเด็นที่สร้างความตระหนกมากสุดคือ คำเตือนจากกองบัญชาการทหารของอิหร่าน ที่ระบุว่า ทั่วโลกควรเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันดิบที่อาจพุ่งแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลถือเป็นระดับราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าราคาปัจจุบันมากกว่า 2 เท่าตัว

ปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นทันทีมากกว่า 4% ภายในวันเดียว แม้ว่าทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) พยายามเข้าแทรกแซงตลาดอย่างหนัก ด้วยการประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่มากถึง 400 ล้านบาร์เรล

รวมถึงกลุ่มโอเปก ยืนยันว่า ซาอุดีอาระเบียเร่งเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อชดเชยส่วนต่าง แต่ความพยายามเหล่านี้ดูเหมือนจะยังไม่สามารถคลายความกังวลของนักลงทุนได้เลย เนื่องจากอิหร่านยังเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีเรือขนส่งในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง

ถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญสุดของโลกและเป็นหัวใจหลักของอุปทานพลังงาน หากเส้นทางนี้ถูกปิดตายหรือเกิดความชะงักงันระยะยาว จะกลายเป็นวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่.!!

ทางด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ กระทรวงแรงงาน เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ปรับตัวขึ้น 2.4% แม้เป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับคาดการณ์ แต่ในสายตาของนักลงทุน กลับมองว่านั่นเป็นเพียงข้อมูลในอดีตที่ยังไม่ได้สะท้อนความจริง ด้วยแรงกระแทกจากราคาน้ำมัน ที่ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วช่วงเดือนมีนาคม จะตามมาหลอนและกลายเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอย่างรุนแรงช่วงไตรมาสถัดไป

สถานการณ์เช่นนี้ ทำให้นักเศรษฐศาสตร์เริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงภาวะ Staflationซึ่งเป็นภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงสวนทางกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นโจทย์ที่ยากลำบากสำหรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมวันที่ 17-18 มีนาคมนี้

ต้องเลือกระหว่างการคงดอกเบี้ย เพื่อประคองเศรษฐกิจ หรือขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ..!?

ทางด้านความเคลื่อนไหวรายกลุ่มอุตสาหกรรมตลาดหุ้นสหรัฐฯ พบว่า มีความลักลั่น หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นโดดเด่นกว่า 2.48% รับอานิสงส์จากราคาน้ำมัน ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Nasdaq) ปิดแดนบวกได้เล็กน้อยจากแรงหนุนของ Oracle ที่ประกาศผลประกอบการธุรกิจคลาวด์ออกมาแข็งแกร่งและปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้รายปี

แต่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลับปรับลงอย่างหนัก นำโดยหุ้น Campbell ที่ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการและเตือนเรื่องผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากร

ส่วนภาคการเงินมีความปั่นป่วนเมื่อ JPMorgan Chaseเริ่มคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ…ส่งผลให้หุ้นกลุ่ม Private Credit ถูกเทขายอย่างหนัก ตามความกังวลด้านสภาพคล่องภาพรวม ขณะนี้จึงเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงที่ทับซ้อนกัน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ นักลงทุนจำเป็นต้องจับตาทุกย่างก้าวในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพราะหากราคาน้ำมันปรับแตะระดับที่อิหร่านขู่ไว้จริง

ถือเป็นฝันร้ายของเศรษฐกิจโลก การกระจายความเสี่ยง สู่สินทรัพย์ปลอดภัย หรือกลุ่มธุรกิจที่ทนทานต่อเงินเฟ้อ จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สุด ช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนปกคลุมตลาดเงินเช่นนี้..

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...