โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PTG ดึง “โปรจีโน่” มือหนึ่งโลก นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์-รุก Non-Oil ดันมาร์จิ้นโตกว่า 20%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 ม.ค. เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. เวลา 11.05 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้นำธุรกิจพลังงานครบวงจรของไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนศักยภาพคนรุ่นใหม่ ประกาศแต่งตั้งนางสาวอาฒยา ฐิติกุล “โปรจีโน่” นักกอล์ฟอาชีพหญิงอันดับ 1 ของโลก นักกอล์ฟหญิงมืออาชีพระดับโลก เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์การสนับสนุนศักยภาพคนรุ่นใหม่และแรงบันดาลใจของคนไทยสู่เวทีสากล

โดยบริษัทเล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถด้านกีฬากอล์ฟ “โปรจีโน่” นักกอล์ฟอาชีพหญิงอันดับ 1 ของโลก ซึ่งความสำเร็จของ “โปรจีโน่” ไม่เพียงสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ แต่ยังสะท้อนถึงความมีวินัย และความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดและค่านิยมของ PTG ที่ให้ความสำคัญกับ “การบริการด้วยใจ” เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าในทุกมิติ

นายพิทักษ์ กล่าวอีกว่า PTG เป็นหนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนนักกีฬามาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้บริษัทเล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพของโปรจีโน่ Brand Ambassador คนล่าสุดที่สามารถฝ่าฟันแรงกดดันในการแข่งขันระดับแอลพีจีเอทัวร์ และก้าวขึ้นเป็นนักกอล์ฟอาชีพหญิงอันดับ 1 ของโลกในปัจจุบัน

“เราภูมิใจที่โปรจีโน่แสดงศักยภาพและความสามารถของคนไทยให้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก สะท้อนภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ รวมถึงการสนับสนุนในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำแนวคิดขององค์กรที่ทันสมัย สร้างแรงบันดาลใจ และเติมเต็มความสุขให้กับผู้บริโภคอย่างแท้จริง” นายพิทักษ์กล่าว

สำหรับเส้นทางความสำเร็จของโปรจีโน่ เริ่มต้นจากการเล่นกอล์ฟตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนก้าวขึ้นเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นหญิงมือ 1 ของโลก และคว้าแชมป์รายการ Ladies European Thailand Championship ด้วยวัยเพียง 14 ปี นับเป็นนักกอล์ฟที่อายุน้อยที่สุดในโลกที่ชนะรายการกอล์ฟอาชีพก่อนเทิร์นโปรในปี 2020

ต่อมาในปี 2022 โปรจีโน่เข้าร่วมแข่งขันในแอลพีจีเอทัวร์และประสบความสำเร็จอย่างสูง ด้วยการคว้าแชมป์ 2 รายการ ได้แก่ JTBC Classic และ Walmart NW Arkansas Championship ส่งผลให้ก้าวขึ้นเป็นนักกอล์ฟอาชีพหญิงมือ 1 ของโลกในช่วงปลายปีเดียวกัน พร้อมคว้ารางวัลนักกอล์ฟหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี 2022

ขณะที่ในปี 2025 โปรจีโน่คว้าแชมป์ถึง 3 รายการ ได้แก่ Mizuho Americas Open, Buick LPGA Shanghai และ CME Group Tour Championship รวมถึงสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำคะแนนเฉลี่ยดีที่สุดตลอดกาลในฤดูกาลแอลพีจีเอทัวร์ ที่ระดับ 68.681 คะแนน

ด้าน “โปรจีโน่-อาฒยา ฐิติกุล” กล่าวว่า การเชื่อมั่นในตัวเองคือก้าวแรกสู่ความสำเร็จ ควบคู่กับการมีวินัยและการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เมื่อลงแข่งขันต้องบอกกับตัวเองว่าเราทำได้ และมุ่งมองไปข้างหน้า หากเกิดข้อผิดพลาดต้องรีบแก้ไข เนื่องจากกอล์ฟเป็นกีฬาที่มีความไม่แน่นอน ทั้งสภาพอากาศ ลม และสภาพจิตใจ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ เพราะพลังใจจะช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรค และเป็นแรงผลักดันให้ทำผลงานได้ดีที่สุด จนนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ทั้งนี้ PTG ขอร่วมมอบกำลังใจให้โปรจีโน่ พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับคนไทยทุกคน ด้วยพลังใจและความมุ่งมั่น สู่ความสำเร็จที่ไม่ไกลเกินเอื้อม โดย PTG ยังคงมุ่งพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการสนับสนุนบุคคลต้นแบบ เพื่อเติบโตไปพร้อมกับทุกคนอย่างยั่งยืน

นายรังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและความยั่งยืน PTG เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 7,000 ล้านลิตร เติบโตประมาณ 5–10% จากปีก่อน พร้อมตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้เติบโตราว 10% ตามปริมาณการขาย

ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งการตลาดให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 22% ณ สิ้นปีที่ผ่านมา และอยู่ในอันดับ 3 ของตลาดน้ำมันไทย โดยเป้าหมายระยะยาวคือการกลับขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ของประเทศอีกครั้ง ภายใต้การแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการควบรวมกิจการของคู่แข่งรายสำคัญ ซึ่งทำให้ส่วนแบ่งตลาดของอันดับ 2 อยู่ที่ราว 27–28% และอันดับ 1 อยู่ที่ประมาณ 34–35%

ในเชิงกลยุทธ์ PTG ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-Oil) มากขึ้น เนื่องจากธุรกิจน้ำมันมีข้อจำกัดด้านอัตรากำไรจากการกำกับดูแลของภาครัฐ โดยมาร์จิ้นเฉลี่ยของธุรกิจน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil เป็นตลาดเสรีและมีอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่า 20% บริษัทจึงวางงบลงทุนในธุรกิจ Non-Oil ประมาณ 1,500–2,000 ล้านบาท จากแผนปีนี้ตั้งงบลงทุนราว 3,000-4,000 ล้านบาท

โดยกลุ่ม Non-Oil ที่บริษัทมุ่งเน้น ได้แก่ ร้านกาแฟ “พันธุ์ไทย” ซึ่งตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 800 สาขา จากปีก่อนที่มีอยู่ราว 2,100–2,200 สาขา รวมถึงศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์(ออโต้แบค) ที่ตั้งเป้าเปิดเพิ่มประมาณ 50 สาขา ควบคู่กับการใช้ฐานสมาชิก Max Card กว่า 27 ล้านราย เป็นกลไกสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและสร้าง Ecosystem โดยตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกเป็น 30 ล้านรายภายใน 1–2 ปีข้างหน้า

สำหรับการพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน บริษัทปรับกลยุทธ์จากการเร่งเปิดสาขาใหม่มาเน้นการยกระดับสถานีเดิม โดยตั้งงบลงทุนในส่วนสถานีบริการไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการเปิดปั๊มใหม่ไม่เกิน 20 แห่ง และการรีโนเวตสถานีเดิมประมาณ 50–60 แห่ง เพื่อปรับจากรูปแบบเดิมให้เป็นสถานีมาตรฐานระดับสูง รองรับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ และเพิ่มศักยภาพรองรับธุรกิจ Non-Oil

ส่วนแผนการนำร้านกาแฟ “พันธุ์ไทย” เข้าตลาดหลักทรัพย์ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างองค์กร ระบบควบคุม และการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) โดยคาดว่านำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงปี 2570–2571 เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...