โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ส่อง 3 หุ้นเด่น PTT–GULF–SCC โบรกแนะสะสม รับธีมน้ำมันแกร่ง หนุนกลุ่มก๊าซ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ม.ค. เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นปียังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในช่วงรอความชัดเจนของทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐอเมริกา แม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะเริ่มคลี่คลายลง แต่ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตา โดยตลาดยังประเมินว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจเกิดขึ้นในช่วงถัดไป ภายหลังการประชุมในช่วงเดือนมกราคม 2569 โดยคาดว่าอาจปรับลดดอกเบี้ยราว 0.25%

ขณะที่ค่าเงินบาทและราคาพลังงานยังมีบทบาทต่อบรรยากาศการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักกับกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถรับมือกับความผันผวน และมีปัจจัยเฉพาะตัวหนุนผลประกอบการในระยะถัดไป

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังอยู่ในช่วง พยายามสร้างฐาน โดยให้กรอบแนวต้านที่ระดับ 1,243–1,249 จุด และแนวรับที่ระดับ 1,231–1,225 จุด ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังคงระมัดระวัง แม้ค่าเงินบาทในช่วงเช้าจะอ่อนค่ามาอยู่บริเวณ 31.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังสหรัฐอเมริการายงานตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคออกมาตามที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐยังไม่น่าจะเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกสำคัญ คือ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสที่ปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ประกอบกับมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเฉพาะระบบที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก สะท้อนโอกาสเชิงบวกต่อหุ้นขนาดใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจดังกล่าว

ฝ่ายวิจัยระบุว่า ธีมการลงทุนที่น่าสนใจในวันนี้เริ่มจากกลุ่มพลังงาน ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมองว่าหุ้นในกลุ่มนี้ยังเหมาะสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น ขณะที่ธีมการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ในเอเชียยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนในระยะกลางถึงยาว ผ่านการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ ทั้งในภาคการจำหน่ายก๊าซและการผลิตไฟฟ้า

ขณะเดียวกัน กลุ่มปิโตรเคมีกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง หลังส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์เริ่มฟื้นตัวตามความต้องการล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยฝ่ายวิจัยมองว่าต้นทุนในระยะกลางถึงยาวยังมีโอกาสสร้างอัพไซด์ให้กับผลประกอบการของผู้ประกอบการรายใหญ่ในกลุ่มนี้

สำหรับหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ซึ่งได้รับประโยชน์จากทั้งราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและบทบาทในธุรกิจก๊าซธรรมชาติที่สอดรับกับกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ในเอเชีย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากความต้องการก๊าซในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจนำเข้า LNG และโรงไฟฟ้าในระยะถัดไป

รวมถึงบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC จากแรงเก็งกำไรในส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงก่อนตรุษจีน

นอกจากนี้ ยังแนะนำการเก็งกำไรใน HERMES80 จากปัจจัย Wealth Effect ที่เกิดจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลก ผสานกับคุณสมบัติของการเป็นหุ้น Value ที่มีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...