โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กรรณ์” ชี้ตะวันออกกลางกดดัน SET จัดพอร์ต “Barbell Strategy” เก็บ MINT-BH รอรีบาวด์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้ากลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อ เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เข้าสู่วันที่ 6 และยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายอย่างชัดเจน

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ กระแสเงินทุนโลกเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว จากช่วงต้นปีที่ตลาดคาดว่าเงินจะไหลออกจากสหรัฐเข้าสู่เอเชียและตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากมูลค่าหุ้นสหรัฐอยู่ในระดับสูง และเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า แต่เมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนกลับหันไปถือ เงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับเข้าสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ

แม้แต่ทองคำ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน ยังถูกขายทำกำไรบางส่วน เนื่องจากนักลงทุนถือครองสะสมไว้ก่อนหน้าแล้วตั้งแต่ช่วงปี 2567–2568 จากความกังวลเรื่องหนี้สหรัฐและทิศทางดอกเบี้ย

อีกปัจจัยสำคัญคือ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศในเอเชียที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมัน รวมถึงประเทศไทย ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงแรง โดยก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจนต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker

จากการประเมินของธนาคารแห่งประเทศไทย หากราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นทุก 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4–0.5% และกดดันการเติบโตของ GDP ลดลงประมาณ 0.1–0.15% ซึ่งสะท้อนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคเอเชียในวงกว้าง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงตลาดผันผวน CGSI แนะนำให้นักลงทุนใช้แนวทาง “Barbell Strategy” หรือการกระจายลงทุนในสินทรัพย์สองฝั่งที่มีระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน เพื่อบริหารความเสี่ยงของพอร์ต เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะยืดเยื้อเพียงใด โดยนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ควบคู่กับหุ้นที่มีความเสี่ยง เพื่อกระจายผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกดดันเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันควบคู่กับสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำหรือเงินดอลลาร์ โดยหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงานที่แนะนำ อย่าง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างเหมาะสม โดยกระจายสินทรัพย์ระหว่างฝั่งที่ได้ประโยชน์และฝั่งที่มีความเสี่ยง เพื่อให้พอร์ตสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้

ขณะเดียวกัน หุ้นที่ยังมีปัจจัยความเสี่ยงแต่สามารถลงทุนได้ภายใต้กลยุทธ์ Barbell Strategy ได้แก่ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT และ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ซึ่งหากสถานการณ์ความตึงเครียดคลี่คลาย หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวมีโอกาสฟื้นตัวได้แรง

นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่ม Defensive และหุ้นปันผลสูง ที่ราคาปรับตัวลดลงตามภาวะตลาด อาจเป็นจังหวะในการทยอยสะสม โดยเฉพาะหุ้นที่มีรายได้หลักจากเศรษฐกิจในประเทศ เช่น กลุ่มธนาคาร และกลุ่มสื่อสาร อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรกระจายการลงทุนในหลายตัว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ต แม้ธุรกิจเหล่านี้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ราคาหุ้นยังคงเคลื่อนไหวตามบรรยากาศของตลาดโดยรวม

ในส่วนของธีม China Play นายกรรณ์มองว่ายังมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังเผชิญปัญหาหลายด้าน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

พร้อมเตือนว่า ความเสี่ยงที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนเต็มที่คือความเป็นไปได้ของการยกระดับความขัดแย้ง หากสถานการณ์ลุกลามไปสู่การใช้อาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะกลายเป็นความเสี่ยงระดับโลกทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...