ผู้นำแคนาดาสวนทรัมป์ ลั่นอยู่รอดด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะสหรัฐ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์ ผู้นำแคนาดา กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ในเมืองควิเบก ว่าจริงอยู่ที่สหรัฐและแคนาดาเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน แต่ "แคนาดาไม่ได้อยู่รอดเพราะสหรัฐ แต่แคนาดาเจริญรุ่งเรืองได้เพราะเราคือชาวแคนาดา"
คาร์นีย์ย้ำว่าโลกกำลังอยู่ในยุค "ประชาธิปไตยถดถอย" และแคนาดาต้องทำหน้าที่เป็นแบบอย่างให้กับโลก โดยรัฐบาลออตตาวาประกาศแผนการเพิ่มงบประมาณด้านการทหาร เพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนของตนเอง
ทั้งนี้ ชนวนเหตุของเรื่องดังกล่าว เกิดขึ้นหลังสุนทรพจน์ของคาร์นีย์ บนเวทีการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก "เวิลด์ อีคอนอมิก ฟอรัม" (ดับเบิลยูอีเอฟ) ที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำแคนาดากล่าวถึง "รอยร้าว" ของระเบียบโลกที่มีสหรัฐเป็นผู้นำ และกล่าวว่า ประเทศขนาดกลางและเล็ก จะเอาแต่ "โอนอ่อนผ่อนตาม" เพื่อหวังการคุ้มครองจากมหาอำนาจไม่ได้อีกต่อไป
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง และกล่าวพาดพิงคาร์นีย์ในวันต่อมาว่า "ผู้นำแคนาดาดูจะไม่ค่อยสำนึกบุญคุณเท่าไหร่ จำไว้คาร์นีย์ แคนาดาอยู่ได้เพราะสหรัฐ"
ปัจจุบัน มากกว่า 75% ของสินค้าส่งออกจากแคนาดามีปลายทางอยู่ที่สหรัฐ อุตสาหกรรมรถยนต์ อะลูมิเนียม และเหล็กของแคนาดา กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากกำแพงภาษีของทรัมป์ แม้มีข้อยกเว้นบางส่วนตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา (ยูเอสเอ็มซีเอ).
เครดิตภาพ : REUTERS