ซีอีโอ JPMorgan เตือนคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิตคือ “หายนะเศรษฐกิจ” หลังทรัมป์ดันตั้งเพดาน 10%
ซีอีโอ JPMorgan เตือนคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิตคือ “หายนะเศรษฐกิจ” จะตัดแหล่งเครดิตของชาวอเมริกันส่วนใหญ่และกระทบเศรษฐกิจวงกว้าง หลังทรัมป์ดันตั้งเพดาน 10%
วันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 03.53 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase ออกโรงเตือนว่าแนวคิดการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะนำไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจ ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ย้ำจุดยืนสนับสนุนมาตรการดังกล่าว และระบุว่าได้ขอให้สภาคองเกรสพิจารณาอนุมัติ
ทรัมป์ ซึ่งเผชิญแรงกดดันให้แก้ปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในปีนี้ เสนอแนวคิดเพดานดอกเบี้ยตั้งแต่ต้นเดือน แต่ยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดการบังคับใช้ ด้านไดมอนกล่าวบนเวที เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม ที่เมืองดาวอสว่ามาตรการดังกล่าวจะตัดแหล่งเครดิตของชาวอเมริกันถึง 80% ซึ่งเป็นเครดิตสำรองที่ผู้คนพึ่งพาอยู่
ทรัมป์ย้ำข้อเสนออีกครั้งในการกล่าวสุนทรพจน์แยกต่างหากที่ WEF โดยระบุว่า “ผมกำลังขอให้สภาคองเกรสกำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10% เป็นเวลา 1 ปี” พร้อมชี้ว่าหนี้บัตรเครดิตที่พุ่งสูงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการออมเพื่อวางเงินดาวน์ซื้อบ้าน และอัตรากำไรของบริษัทบัตรเครดิตในปัจจุบันสูงกว่า 50%
ภาคอุตสาหกรรมธนาคารออกมาคัดค้านอย่างหนัก โดยมองว่าจะจำกัดการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภคทั่วไป ขณะที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทประเมินว่ามาตรการดังกล่าวต้องผ่านการออกกฎหมายและมีโอกาสผ่านต่ำ เนื่องจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยังเห็นต่าง ไดมอนเสนอเชิงทดลองว่า รัฐบาลอาจบังคับใช้ในสองรัฐ เวอร์มอนต์และแมสซาชูเซตส์ เพื่อดูผลลัพธ์ ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ฟัง ทั้งนี้วุฒิสมาชิกสายก้าวหน้าอย่าง เบอร์นี แซนเดอร์ส และเอลิซาเบธ วอร์เรน จากสองรัฐดังกล่าว ต่างสนับสนุนกฎหมายจำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิต
ไดมอนเตือนว่าผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดอาจไม่ใช่บริษัทบัตรเครดิต แต่เป็นภาคธุรกิจและหน่วยงานท้องถิ่น เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก การท่องเที่ยว โรงเรียน และเทศบาล เพราะประชาชนอาจผิดนัดชำระค่าน้ำ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามมา
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ ปฏิบัติตามภายในวันที่ 20 มกราคม ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ซึ่งสร้างความตกใจให้กับอุตสาหกรรมและฉุดหุ้นธนาคารร่วงจากความกังวลว่าธุรกิจทำกำไรสูงจะชะงักงัน อย่างไรก็ดีไบรอัน จาค็อบเซน หัวหน้านักกลยุทธ์เศรษฐกิจของ Annex Wealth Management มองว่าการขอให้สภาคองเกรสออกกฎหมายทำให้โอกาสเห็นเพดาน 10% ในเร็ววันแทบเป็นไปไม่ได้ และเปิดทางให้ประธานาธิบดีชี้ความรับผิดชอบไปที่สภาคองเกรส หากไม่เกิดขึ้นจริง
ดัชนี S&P 500 Banks Index ซึ่งติดตามธนาคารขนาดใหญ่ ปรับขึ้นราว 1.2% ในวันพุธ สะท้อนว่าตลาดยังไม่เชื่อว่ามาตรการจะเกิดขึ้นง่าย ๆ ทั้งนี้บัตรเครดิตเป็นแหล่งรายได้สำคัญของธนาคาร เนื่องจากคิดดอกเบี้ยสูงเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากสินเชื่อไม่มีหลักประกัน
แหล่งข่าวระบุว่าธนาคารรายใหญ่ในวอลล์สตรีทกำลังผลักดันทางเลือกอื่น ๆ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับลูกค้าบางกลุ่ม บัตรแบบไม่มีสิทธิประโยชน์ที่คิดดอกเบี้ย 10% หรือจำกัดวงเงินเครดิต ด้านซีเอฟโอของ JPMorgan อย่างเจเรมี บาร์นัม ระบุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า หากมีคำสั่งที่ไม่รองรับด้วยเหตุผลเพียงพอและกระทบธุรกิจอย่างรุนแรง“ทุกทางเลือกย่อมอยู่บนโต๊ะ”
มุมมองของไดมอนสอดคล้องกับผู้บริหารธนาคารรายอื่น โดย Citigroup ซีอีโอ เจน เฟรเซอร์ กล่าวกับ CNBC จากดาวอสก่อนหน้านี้ว่าไม่คาดว่าสภาคองเกรสจะอนุมัติการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตในที่สุด
อ้างอิง : reuters.com