โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Bitcoin ติดลบหนัก! ค่า Funding Rate แดงเถือกต่อเนื่อง สัญญาณอันตรายหรือโอกาสกลับตัว?

ทันหุ้น

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

Bitcoin ติดลบหนัก! ค่า Funding Rate แดงเถือกต่อเนื่อง สัญญาณอันตรายหรือโอกาสกลับตัว?

สถานการณ์ ราคา Bitcoin (BTC) ในช่วงสัปดาห์นี้ยังคงเผชิญกับแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยราคาได้ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดใหม่ของสัปดาห์ที่ระดับ 65,500 ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ (Derivatives) กลับแสดงให้เห็นพฤติกรรมที่น่าสนใจ เมื่อค่า Funding Rate รายวันได้ติดลบอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ค่า Funding ติดลบยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023

กราฟ Bitcoin หนึ่งชั่วโมง ที่มา: Cointelegraph /TradingView

การที่ค่า Funding Rate ติดลบ หมายความว่านักเทรดในฝั่งขาย (Short Sellers) ต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับนักเทรดฝั่งซื้อ (Long Traders) สิ่งนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังมีความต้องการเปิดสถานะฝั่งขาลงที่ “หนาแน่นจนเกินไป” (Overcrowded) ซึ่งในทางสถิติแล้ว ภาวะเช่นนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ราคาใกล้ถึงจุดต่ำสุด เนื่องจากแรงเทขายเริ่มถึงจุดอิ่มตัว

Bitcoin daily funding rate ที่มา: CryptoQuant

Short Squeeze: เมื่อฝั่งหมีอาจถูกล้างพอร์ต

นักวิเคราะห์คริปโต เลโอ รูกา (Leo Ruga) ให้ความเห็นว่าค่า Funding ที่เป็นสีแดงต่อเนื่องหลายวัน มักเป็นสัญญาณของช่วงสะสมพลังที่จุดต่ำสุด แม้ไม่ได้หมายความว่าฝั่ง Short จะคาดการณ์ผิดเสมอไป แต่ความแออัดของสถานะขายอาจนำไปสู่เหตุการณ์ Short Squeeze หรือการที่ราคาดีดกลับขึ้นอย่างรุนแรงจนบีบให้ฝั่งขายต้องรีบปิดสถานะ ซึ่งจะยิ่งช่วยผลักดันให้ราคาสูงขึ้นไปอีก

Bitcoin funding rate ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2021 และมกราคม 2022 ที่มา: CryptoQuant

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ในอดีตอย่างในช่วงเดือนพฤษภาคม 2021 และมกราคม 2022 แสดงให้เห็นว่าการที่ค่า Funding ติดลบยาวนาน 10-20 วัน ไม่ได้ทำให้ราคาดีดกลับทันทีเสมอไป บางครั้งตลาดอาจต้องใช้เวลาพักฐานนานหลายเดือนก่อนที่จะเริ่มรอบขาขึ้นรอบใหม่ได้จริง

ข้อมูล On-chain เตือนให้ระวัง: สภาพคล่องยังไหลออก

แม้ตลาดฟิวเจอร์สจะดูเหมือนใกล้จุดกลับตัว แต่ข้อมูล On-chain กลับบอกให้เราควรระมัดระวังเป็นพิเศษ แอ็กเซล แอดเลอร์ จูเนียร์ (Axel Adler Jr.) นักวิจัย Bitcoin ระบุว่าดัชนี SSR Oscillator ที่วัดความแข็งแกร่งของ BTC เทียบกับ Stablecoin ยังคงอยู่ในแดนลบที่ -0.15 สะท้อนว่ากำลังซื้อจากฝั่ง Stablecoin ยังไม่กลับมา

สอดคล้องกับข้อมูลการไหลเข้า-ออกของเงินทุน โดยพบว่ามูลค่าตลาดของ USDT ในช่วง 30 วันที่ผ่านมาได้พลิกกลับมาติดลบถึง -2.87 พันล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่าเงินทุนกำลังไหลออกจากระบบคริปโต ตราบใดที่สภาพคล่องและดัชนี SSR ยังไม่พลิกกลับมาเป็นบวกอย่างยั่งยืน ตลาด Bitcoin จะยังคงอยู่ในสภาวะ “Risk-off” หรือเน้นการถือเงินสดเพื่อลดความเสี่ยงต่อไป

อ้างอิง : cointelegraph.com

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/bitcoin-negative-funding-rate-short-squeeze

JPMorgan ปรับเป้าต้นทุนนักขุด Bitcoin ลงเหลือ $77,000 พร้อมลุ้นฟื้นตัว

นักวิเคราะห์จากธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง JPMorgan นำโดย Nikolaos Panigirtzoglou ได้ออกรายงานระบุว่า ต้นทุนการผลิต Bitcoin (Bitcoin Production Cost) ซึ่งมักทำหน้าที่เป็น “แนวรับสำคัญ” หรือพื้นของราคา ได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 77,000 ดอลลาร์ จากในช่วงต้นปีที่เคยอยู่ที่ระดับ 90,000 ดอลลาร์ โดยเป็นผลมาจากแรงขุด (Hashrate) และความยากในการขุด (Mining Difficulty) ที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ความยากในการขุดลดลงถึง 15% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เกิดจากราคา Bitcoin ที่ปรับตัวลดลงจนทำให้นักขุดที่มีต้นทุนสูงและใช้เครื่องขุดรุ่นเก่าไม่สามารถทำกำไรได้ จึงต้องปิดเครื่องไป นอกจากนี้ ปัญหาพายุฤดูหนาวที่รุนแรงในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในรัฐเท็กซัส ยังส่งผลให้เหมืองขุดขนาดใหญ่ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวเพื่อประหยัดพลังงานไฟฟ้าอีกด้วย

สัญญาณฟื้นตัวของแรงขุดและต้นทุนการผลิต

แม้ต้นทุนการผลิตจะลดลงชั่วคราว แต่ JPMorgan มองว่าสถานการณ์กำลังเริ่มทรงตัว โดยปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของ Hashrate ซึ่งจะส่งผลให้ความยากในการขุดปรับเพิ่มขึ้นในรอบถัดไป สิ่งนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ต้นทุนการผลิต Bitcoin ดิ่งลงเหว และช่วยให้นักขุดที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดจากกลุ่มนักขุดที่ยอมแพ้และออกจากตลาดไปได้

ทางธนาคารยังตั้งข้อสังเกตว่า การที่นักขุดที่มีต้นทุนสูงยอมขาย Bitcoin ออกมาเพื่อพยุงการดำเนินงานหรือชำระหนี้ ได้ส่งผลกดดันต่อราคาในช่วงที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าการเทขายในลักษณะ “ยอมจำนน” (Capitulation) ของนักขุดกลุ่มนี้ได้ผ่านจุดวิกฤตและเริ่มนิ่งขึ้นแล้ว

มุมมองเชิงบวกต่อตลาดคริปโตในปี 2026

สำหรับการคาดการณ์ในระยะยาว JPMorgan ยังคงมีมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2026 โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:

  • เม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบัน: คาดว่าจะมีเงินไหลเข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยจะนำโดยนักลงทุนสถาบันแทนที่นักลงทุนรายย่อย
  • กฎหมายที่ชัดเจนขึ้น: การผ่านกฎหมายควบคุมคริปโตเพิ่มเติม เช่น Clarity Act ในสหรัฐฯ จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้สถาบันการเงินกล้าเข้ามาลงทุน
  • เป้าหมายราคาระยะยาว: JPMorgan ยังคงยืนยันเป้าหมายราคา Bitcoin ระยะยาวที่ 266,000 ดอลลาร์ โดยเปรียบเทียบมูลค่าตามความผันผวนกับทองคำ

นักวิเคราะห์ย้ำว่า หากความรู้สึกเชิงลบในตลาดจางหายไป และนักลงทุนมองว่า Bitcoin มีความน่าดึงดูดใจในการเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Hedge) เทียบเท่ากับทองคำ ราคาจะมีโอกาสพุ่งทะยานสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ในอนาคต

อ้างอิง : theblock.co

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/jpmorgan-bitcoin-support-77k-positive-outlook

เสียงจากสภาสูง! SEC และ สว.เดโมแครต ประสานเสียงจี้รัฐบาลสหรัฐฯ เร่งคลอด “กฎหมายคริปโต” เพื่อความยั่งยืน

ในการไต่สวนของคณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พอล แอตกินส์ (Paul Atkins) ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการออกกฎหมายระดับชาติเพื่อควบคุมดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเขาระบุว่าแม้ SEC จะมีอำนาจในการออกระเบียบข้อบังคับในระยะสั้น แต่หากไม่มีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน นโยบายเหล่านี้ก็อาจถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ง่ายโดยคณะกรรมการชุดถัดไป

แอตกินส์กล่าวต่อวุฒิสภาว่า “เราต้องการรากฐานที่มั่นคงในตัวบทกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการถอยหลังเข้าคลองในอนาคต” แม้ว่าเขาจะพร้อมนำนโยบาย “Project Crypto” มาใช้เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับอุตสาหกรรมและสนับสนุนนวัตกรรม แต่กฎระเบียบเหล่านั้นก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ “ทนทานต่ออนาคต” (Future-proof) หากปราศจากความเห็นชอบจากรัฐสภา

ท่าทีจากพรรคเดโมแครต: สนับสนุนแต่ต้องรัดกุม

ทางด้าน มาร์ก วอร์เนอร์ (Mark Warner) สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เจรจาหลักของร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act ยืนยันว่าฝั่งเดโมแครตยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันร่างกฎหมายนี้ให้ผ่านสภา อย่างไรก็ตาม เขาย้ำชัดเจนว่าการผ่านกฎหมายต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi)

วอร์เนอร์แสดงความกังวลว่าต้องไม่มีช่องโหว่ที่อนุญาตให้อาชญากรหรือผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาใช้ระบบเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน ประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจคริปโต (โดยเฉพาะตัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในมุมมองของเดโมแครต) ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การเจรจายังไม่บรรลุข้อตกลง

ความท้าทายและกรงขังเวลาของอุตสาหกรรม

แม้ว่าร่างกฎหมายลักษณะเดียวกันนี้จะเคยผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วเมื่อปีก่อน แต่ในวุฒิสภานั้นต้องการเสียงสนับสนุนจากพรรคเดโมแครตอย่างน้อย 7 เสียงเพื่อให้กฎหมายผ่านการอนุมัติ ปัจจุบันอุตสาหกรรมคริปโตและกลุ่มธนาคารยังคงมีความเห็นที่ไม่ลงตัวในบางประเด็น เช่น โปรแกรมผลตอบแทนของ Stablecoin

ในขณะที่ สว.ทิม สก็อตต์ (Tim Scott) ประธานกรรมาธิการการธนาคารจะแสดงท่าทีที่มีความหวัง แต่ผู้บริหารระดับโลกอย่าง Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase ก็ส่งสัญญาณว่าพร้อมจะถอนการสนับสนุนทันทีหากนโยบายออกมาไม่เหมาะสม ด้านทำเนียบขาวได้กำหนดเส้นตายให้ผู้เจรจาหาข้อสรุปให้ได้ภายในสิ้นเดือนนี้ ท่ามกลางเสียงเตือนว่าเวลาสำหรับกฎหมายฉบับนี้กำลังจะหมดลง

อ้างอิง : coindesk.com

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/us-senate-crypto-bill-sec-atkins-warning

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

'เหรียญ' พารวย

CGSI มอง SET แกว่ง 1,420–1,450 จุด แนะเก็งกำไร BCH-BCPG

ข่าวหุ้นธุรกิจ

28 นักสู้ผ่านตาชั่งฉลุย พร้อมบู๊แหลก ONE ลุมพินี 142 ศุกร์ 13 ก.พ.นี้

INN News

Bitcoin ร่วงทุบพอร์ต 'เอลซัลวาดอร์' วูบ เดิมพัน 'บูเคเล' พ่นพิษ

กรุงเทพธุรกิจ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...