ทรัมป์ดันกฎหมายคริปโตครั้งประวัติศาสตร์ ปูทางบิทคอยน์สู่กระแสหลัก
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณวงการคริปโตเตรียมเฮ! กฎหมายจัดระเบียบโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับประวัติศาสตร์ จ่อผ่านสภาฯ ในเร็ววัน หวังยุติสงครามแย่งชิงเขตแดนอำนาจระหว่าง ก.ล.ต. (SEC) และ CFTC ที่ยืดเยื้อมานาน พร้อมปูพรมแดงให้บิทคอยน์และอีเธอเรียมเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักอย่างเต็มภาคภูมิ นี่ไม่ใช่แค่คำคุยโว แต่คือ “จุดเปลี่ยน” ที่จะกำหนดชะตากรรมโลกการเงินดิจิทัลยุคใหม่!
สิ้นสุดยุค “สงครามแย่งชามข้าว” ของหน่วยงานกำกับดูแล
เป็นเวลาหลายปีที่อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ต้องตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จากความคลุมเครือและการแย่งชิงอำนาจการกำกับดูแลระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และ คณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC)
แต่ล่าสุด สัญญาณบวกได้ถูกจุดขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมายืนยันด้วยตนเองว่า ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตฉบับสมบูรณ์ กำลังจะผ่านการพิจารณาในไม่ช้า ซึ่งจะเป็นการเข้าไปแทรกแซงเพื่อ “ผ่าทางตัน” ทางการเมือง หลังจากที่สภาล่าง (House) ได้ผ่านร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act ไปแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 แต่กลับไปติดหล่มอยู่ที่วุฒิสภา (Senate)
ความขัดแย้งในวุฒิสภายังคงคุกรุ่น โดยเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการเกษตรแห่งวุฒิสภา (Senate Agriculture Committee) เพิ่งจะมีมติผ่านร่างกฎหมาย Digital Commodity Intermediaries Act ด้วยคะแนนเสียงเฉียดฉิว 12 ต่อ 11 เสียง สะท้อนให้เห็นว่าในสภายังมีความเห็นที่แตกแยกอย่างหนัก แต่การขยับตัวของทรัมป์ครั้งนี้ คือความพยายามที่จะผลักดันให้กฎหมายก้าวข้ามเส้นชัยให้ได้
ผ่าโครงสร้างใหม่ CFTC ผงาดคุมทัพบิทคอยน์-อีเธอเรียม
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือการมอบอำนาจหลักให้กับ CFTC ในการกำกับดูแล “สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล” (Digital Commodities) ซึ่งรวมถึงเหรียญพี่ใหญ่อย่างบิทคอยน์และอีเธอเรียม
การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยขจัดความสับสนที่เรื้อรังมานาน และเปิดทางให้ผู้ประกอบการมี “ระยะเวลา 180 วัน” ในการลงทะเบียนเพื่อขอสถานะชั่วคราวทันทีที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งถือเป็นทางด่วนที่จะพาธุรกิจออกจาก “พื้นที่สีเทา” ที่เสี่ยงต่อการถูกสั่งฟ้องหรืออายัดทรัพย์สิน
ขณะที่ไมเคิล เซลิก ประธาน CFTC คนปัจจุบัน ส่งสัญญาณรับลูกทันที โดยคาดการณ์ว่ากฎหมายอาจถึงมือประธานาธิบดีภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมกำหนดกรอบเวลาให้ SEC และ CFTC ต้องออกกฎระเบียบร่วมกันภายใน 18 เดือน เพื่อจัดการเรื่องธุรกรรมที่ซับซ้อน
ขีดเส้นตาย 28 กุมภาพันธ์ เดิมพันครั้งสุดท้ายของสเตเบิลคอยน์
แม้ทิศทางจะสดใส แต่อุปสรรคยังรออยู่ข้างหน้า คณะกรรมาธิการการธนาคาร (Senate Banking Committee) จำเป็นต้องเจรจาไกล่เกลี่ยร่างกฎหมายของตนให้สอดคล้องกับร่างของคณะกรรมาธิการเกษตร โดยมีเส้นตายสำคัญคือวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นกำหนดการของกรอบกฎหมายสเตเบิลคอยน์
หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านได้จริง จะส่งผลให้เกิดการ “Repricing” หรือการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่เคยถูกกดดันจากการฟ้องร้องของ SEC ซึ่งจะได้รับการปลดล็อกพันธนาการทันที
อย่างไรก็ดีการเดิมพันครั้งนี้ของทรัมป์ ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องการเมือง ท่ามกลางกระแสกดดันให้ตรวจสอบธุรกิจคริปโตส่วนตัวของเขาอย่าง เวิลด์ ลิเบอร์ตี ไฟแนนเชียล (WLFI) กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นดาบสองคมที่ต้องจับตาดูว่า จะเป็นการจัดระเบียบเพื่ออนาคตของชาติ หรือเพื่อกรุยทางให้ใครกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ความผันผวนทางการเมืองจะยังไม่จากตลาดคริปโตไปไหนง่ายๆ แน่นอน
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO