STANLY หุ้นปันผลดี โบรกฯ คาดให้ยีลด์สูง 5-6% ต่อปี
สัปดาห์นี้ Wealthy Thai ยังคงมีหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับ 5-6% ต่อปี และมีแนวโน้มการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องมาฝากอีกเช่นเคย นั่นคือ STANLY หรือ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาและผลิตอุปกรณ์ส่องสว่างให้กับยานยนต์
สำหรับธุรกิจของ STANLY คือการผลิตอุปกรณ์ส่องสว่างให้กับยานยนต์ ได้แก่ หลอดไฟ ชุดโคมไฟ และแม่พิมพ์ เริ่มตั้งแต่การออกแบบโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริษัท การผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยและประสิทธิภาพสูง โดยมีฐานลูกค้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน STANLY มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 14,022.38 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 8 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ธ.ค. 66) โดยราคาหุ้นวันที่ 21 ธ.ค. 66 อยู่ที่ 183 บาท ปรับตัวลดลง 1.35% จากช่วงต้นปี และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 10.93%
ด้านนโยบายการจ่ายปันผล STANLY มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีในแต่ละปี หากนักลงทุนถือหุ้น STANLY ตั้งแต่ปี 2561 มาจนถึงปัจจุบัน จะได้รับเงินปันผลทั้งหมด 6 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 57.50 บาท
ส่วนแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในปี 2567 (เม.ย. 66 - มี.ค. 67) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลที่ 9.64 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.43% และปี 2568 (เม.ย. 67 - มี.ค. 68) คาดการณ์ว่าจะจ่ายเงินปันผลที่ 9.81 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.53%
ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงานยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง โดยฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคาดว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2567 จะเติบโตราว 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และครึ่งแรกของปี จากปัจจัยหนุนไตรมาส 3/67 (ต.ค. - ธ.ค. 66) มีงาน Motor Expo ในวันที่ 30 พ.ย. ถึง 11 ธ.ค. 66 คาดว่าตลาดรถยนต์จะมีความคึกคักมากขึ้น
และไตรมาส 4/66 (ม.ค.- มี.ค. 67) เป็น High season อีกทั้งปัจจัยหนุนจากคำสั่งซื้อโคมไฟสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์โมเดลใหม่ เช่น MITSUBISHI All New Triton ที่เป็น Global model, รถจักรยานยนต์ Honda Giorno+ และคาดมีรถยนต์รุ่นใหม่ในปี 2567 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อกลางเดือนต.ค. 66 เช่น All-new Honda Accord 2024 และ Toyota New Camry 2024ที่กำลังจะเปิดตัวสิ้นปีนี้
จึงยังคงประมาณการกำไรปี 2567 (สิ้นสุดมี.ค. 67) ที่ 1,847 ล้านบาท โต 6% จากปีก่อน ซึ่งเติบโตดีกว่าอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ที่มีแนวโน้มลดลง 2% มาอยู่ที่ 1.85 ล้านคัน
คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 240 บาท ราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าBook value ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ประกอบกับฐานะการเงินแข็งแกร่ง ไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย และให้อัตราเงินปันผลราว 5-6% ต่อปี